กฎกระทรวง ฉบับที่ 59 (พ.ศ. 2566
ข้อ 8
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวง ฉบับที่ 59 (พ.ศ. 2566 ข้อ 8 บรรดาคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และคำขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายที่ได้ยื่นไว้ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่หรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบที่ดิน ให้ดำเนินการต่อไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ คำขอตามวรรคหนึ่งที่คณะกรรมการตรวจสอบที่ดินได้ตรวจสอบที่ดินแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้ว่าราชการจังหวัด หากมีผลการตรวจสอบที่ดินไม่ครบถ้วนตามข้อ ๑๐ (๓) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้มีการตรวจสอบที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗เพื่อให้กรมที่ดินนำเทคโนโลยีการขีดแนวเขตหรือถ่ายทอดแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์ลงในระวางรูปถ่ายทางอากาศหรือระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศเพื่อนำมาใช้ในการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ได้รวมทั้งกำหนดกระบวนการในการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์และการตรวจสอบที่ดินให้เหมาะสมแก่สภาพการณ์ในปัจจุบันกับเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบที่ดินซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบความทับซ้อนของที่ดินที่ขอเอกสารสิทธิกับพื้นที่อนุรักษ์ให้ครบถ้วน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำในการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ และอำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วแก่ประชาชนผู้ยื่นคำขอออกเอกสารสิทธิในที่ดิน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3281/2562
สัญญาตัวแทนตามคำฟ้องเป็นสัญญาระหว่างโจทก์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกับจำเลยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี การที่คู่สัญญาตกลงกันให้นำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าวซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการระหว่างประเทศไปฟ้องยังศาลแห่งเมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจึงสามารถทำได้ตามหลักกฎหมายทั่วไประหว่างประเทศ ไม่ตกเป็นโมฆะ สำหรับการตีความสัญญานั้นต้องตีความไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คา