ทนอย.Thanoy · iApp
กฎกระทรวงการขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการกำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า พ.ศ. 2564

ข้อ 4

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงการขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการกำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า พ.ศ. 2564 ข้อ 4 ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องเป็นนิติบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีวัตถุที่ประสงค์ที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ในการประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทหรือชนิดที่ขออนุญาต (๒) เป็นสมาชิกของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือเป็นผู้ซึ่งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยไม่รับเป็นสมาชิกหรือให้ออกจากการเป็นสมาชิกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ซึ่งผู้นั้นได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสั่งเป็นหนังสือให้เป็นผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าได้ (๓) มีเงินทุนที่ชำระแล้ว ดังต่อไปนี้ (ก) กรณีขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าว หรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ไม่ต่ำกว่าสี่ล้านบาท (ข) กรณีขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าอื่น ไม่ต่ำกว่าสองล้านบาท (๔) มีที่ตั้งสำนักงานที่แน่นอน (๕) มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และเครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ตามประเภทหรือชนิดของสินค้าที่ต้องตรวจสอบ และมีมาตรการที่สามารถป้องกันอันตรายจากสารเคมีหรือสิ่งอื่นใดที่อาจเกิดแก่บุคคลหรือทรัพย์สินได้ (๖) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภท ก ตามกฎกระทรวงการขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการกำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งรับเงินเดือนประจำและอยู่ประจำตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าสองคน โดยต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (๗) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภท ข ตามกฎกระทรวงการขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการกำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งรับเงินเดือนประจำสำหรับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแต่ละประเภทหรือชนิดที่ขอรับอนุญาต ประเภทหรือชนิดสินค้าละไม่น้อยกว่าหกคน โดยต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (๘) มีพนักงานประเภทรับเงินเดือนประจำนอกจากผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตาม (๖) และ (๗) ปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานในเวลาทำงานปกติเป็นประจำไม่น้อยกว่าสามคน (๙) ไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วเกินสามครั้ง (๑๐) ไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ยกเว้นกรณีถูกสั่งเพิกถอนเนื่องจากขาดคุณสมบัติตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) (๑๑) ไม่มีหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือกรรมการ ซึ่งเป็นหรือเคยเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือกรรมการในบริษัท ในขณะที่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ยกเว้นกรณีถูกสั่งเพิกถอนเนื่องจากขาดคุณสมบัติตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

กฎกระทรวงการขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการกำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า พ.ศ. 2564 ข้อ 4 · ทนอย Thanoy