กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 3 พ.ศ. 2564
ข้อ 4
ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ —
เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 3 พ.ศ. 2564 ข้อ 4 การอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานหรือขยายโรงงานตามข้อ ๒ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอรับการอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอ และดำเนินการตรวจสอบคำขอและความถูกต้องของข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอตามข้อ ๒ และดำเนินการตรวจสอบทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ลักษณะอาคาร และลักษณะภายในของโรงงาน เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงาน คนงานประจำโรงงาน การควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการประกอบกิจการ และจัดทำรายงานการตรวจสอบดังกล่าวเสนอต่อผู้อนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (๒) ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอรับการอนุญาตไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอรับการอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วน หรือดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงสถานที่ตั้งโรงงาน อาคารโรงงาน เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ สิ่งที่นำมาใช้ในโรงงาน หรือการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการประกอบกิจการให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอรับการอนุญาตมิได้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย (๓) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งตาม (๒) ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ (๔) การพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต ผู้อนุญาตต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานการตรวจสอบตาม (๑) (๕) เมื่อผู้อนุญาตพิจารณาเสร็จสิ้นตาม (๔) แล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ยื่นคำขอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้มีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต (๖) ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาต ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตหรือการอนุญาตภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งตาม (๕) เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตแก่ผู้ยื่นคำขอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม (๗) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตหรือการอนุญาตภายในระยะเวลาตาม (๖) ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาต และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ (๘) ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งเหตุผลและสิทธิในการอุทธรณ์แก่ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กรมโรงงานอุตสาหกรรมอาจประกาศกำหนดประเภท ชนิด หรือขนาดของโรงงานจำพวกที่ ๓ เพื่อย่นระยะเวลาดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้สอดคล้องกับประเภท ชนิด หรือขนาดของโรงงานดังกล่าวได้ การนับระยะเวลาตามวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่รวมระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้อนุญาตได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงตาม (๒) ให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือระยะเวลาที่ต้องได้รับความเห็นชอบ อนุญาต หรืออนุมัติ จากหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือระยะเวลาที่มีผู้โต้แย้งเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงงาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็
พ.ศ. 2557
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ
พ.ศ. 2557
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ
ค้นต่อ