ทนอย.Thanoy · iApp
กฎกระทรวงการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564

ข้อ 4

ยังไม่ยืนยันสถานะส่วนที่ ๑ อาชญาบัตรสำรวจแร่
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564 ข้อ 4 เมื่อได้รับคำขอ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจสอบคำขอ คุณสมบัติของผู้ขอรับอาชญาบัตร รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้อง หรือยังขาดข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขอรับอาชญาบัตรสำรวจแร่ทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ขอรับอาชญาบัตรสำรวจแร่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือจัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้ผู้ขอรับอาชญาบัตรสำรวจแร่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือจัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้ขอรับอาชญาบัตรสำรวจแร่ลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับอาชญาบัตรสำรวจแร่ไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด ให้ถือว่าผู้ขอรับอาชญาบัตรสำรวจแร่ไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ พร้อมทั้งคืนคำขอโดยแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืน ในกรณีที่คำขอ รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้ผู้ขอรับอาชญาบัตรสำรวจแร่ ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในกระบวนการพิจารณา และจดทะเบียนรับคำขอไว้ดำเนินการต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 612/2475

พ.ศ. 2475

ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 302,202.24 บาท แก่โจทก์ โดยกำหนดให้จำเลยที่ 4 รับผิดไม่เกินวงเงิน 300,000 บาท และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระดอกเบี้ยของต้นเงิน 104,699.83 บาท ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนก

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ