กฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยว พ.ศ. 2561
ข้อ 8
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยว พ.ศ. 2561 ข้อ 8 คำขอใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนผู้นำเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๕ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียน ให้ถือว่าเป็นคำขอที่ได้ยื่นตามกฎกระทรวงนี้โดยอนุโลม ในกรณีที่คำขอตามวรรคหนึ่งและเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอดังกล่าวแตกต่างไปจากกฎกระทรวงนี้ นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอและส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นเพื่อให้การเป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้นำเที่ยวต้องขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ทำให้หลักเกณฑ์และวิธีการในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนผู้นำเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๕โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้นำเที่ยวได้โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าว สมควรปรับปรุงกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นจึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3281/2562
สัญญาตัวแทนตามคำฟ้องเป็นสัญญาระหว่างโจทก์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกับจำเลยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี การที่คู่สัญญาตกลงกันให้นำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าวซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการระหว่างประเทศไปฟ้องยังศาลแห่งเมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจึงสามารถทำได้ตามหลักกฎหมายทั่วไประหว่างประเทศ ไม่ตกเป็นโมฆะ สำหรับการตีความสัญญานั้นต้องตีความไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คา