กฎกระทรวงการสำรวจตัวอย่างพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2568
ข้อ 2
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงการสำรวจตัวอย่างพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2568 ข้อ 2 ในกฎกระทรวงนี้ "การสูบบุหรี่" หมายความว่า การเสพโดยวิธีสูบ ดูด อม เคี้ยว กิน เป่า พ่น หรือกระทำการใด ๆ ซึ่งมีผลทำให้เกิดควันหรือไอระเหยจากการเผาไหม้ของบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบเข้าไปในปากหรือจมูกหรือโดยวิธีอื่นใดเพื่อให้ได้ผลเช่นเดียวกัน "เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์" หมายความว่า เครื่องดื่มทุกชนิดที่มีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮอล์ และเมื่อบริโภคเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์ทำให้มีอาการมึนเมาตามปริมาณส่วนผสมที่แตกต่างกันของเอทิลแอลกอฮอล์ "การบริโภคอาหาร" หมายความว่า การนำอาหารเข้าสู่ร่างกายทำให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ "กิจกรรมทางกาย" หมายความว่า การขยับเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมดในชีวิตประจำวันในอิริยาบถต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดการใช้และเผาผลาญพลังงานโดยกล้ามเนื้อ อันครอบคลุมการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมดในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเดินทาง และกิจกรรมนันทนาการ "โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง" หมายความว่า โรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค และไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิตซึ่งจะมีการดำเนินโรคอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีอาการของโรคแล้วมักจะเกิดการเรื้อรังของโรคด้วย "ครัวเรือน" หมายความว่า ครัวเรือนของบุคคลทั่วไปซึ่งอาจประกอบด้วยบุคคลคนเดียวหรือหลายคนซึ่งอาศัยอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือในบริเวณเดียวกัน ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวอาจเป็นหรือไม่เป็นเครือญาติกันก็ได้ "หัวหน้าครัวเรือน" หมายความว่า สมาชิกในครัวเรือนคนใดคนหนึ่งซึ่งได้รับการยอมรับนับถือหรือยกย่องจากสมาชิกในครัวเรือนคนอื่นให้เป็นหัวหน้าครัวเรือน "สมาชิกในครัวเรือน" หมายความว่า บุคคลซึ่งอาศัยอยู่ประจำในครัวเรือนในวันที่ทำการสำรวจตัวอย่าง และให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งเคยอยู่ประจำในครัวเรือน แต่ได้จากไปที่อื่นชั่วคราวโดยไม่มีวัตถุประสงค์จะไปอยู่ประจำที่อื่น ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวอาจเป็นหรือไม่เป็นเครือญาติกันก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ