กฎกระทรวงกำหนดการดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งต่อเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2564
ข้อ 2
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดการดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งต่อเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2564 ข้อ 2 ผู้ใดดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ดังต่อไปนี้ ต้องแจ้งต่อเลขาธิการ (๑) การประกอบเครื่องหมุนเหวี่ยงก๊าซเพื่อเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งภายในเป็นสุญญากาศบรรจุ (ก) กระบอกตัวหมุนตาม (๒) ที่หมุนด้วยความเร็วรอบแกนกลางในแนวตั้งได้ตั้งแต่ ๓๐๐ เมตรต่อวินาที (ข) แผ่นกั้นทรงกลมหมุนได้ภายในกระบอกตัวหมุนตาม (๒) และทำจากวัสดุตาม (๒) (ก) (ข) หรือ (ค) (ค) ท่อซึ่งติดตั้งอยู่กับที่และทำจากโลหะ โพลิเมอร์ หรือเซรามิกที่ทนต่อการกัดกร่อนจากก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (UF6) จำนวนอย่างน้อยสามท่อ โดยมีสองท่อยื่นจากแกนกลางกระบอกตัวหมุนตาม (๒) ไปยังขอบกระบอกตัวหมุน สำหรับการแยกก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (๒) การผลิตกระบอกตัวหมุนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ๗๕ มิลลิเมตร ถึง ๔๐๐ มิลลิเมตร และมีผนังหนาไม่เกิน ๑๒ มิลลิเมตร จากวัสดุดังต่อไปนี้ (ก) เหล็กกล้าชุบแข็งที่มีความต้านทานแรงดึงสูงสุดไม่น้อยกว่า ๒.๐๕ x ๑๐๙ นิวตันต่อตารางเมตร (ข) โลหะผสมอะลูมิเนียมที่มีความต้านทานแรงดึงสูงสุดไม่น้อยกว่า ๐.๔๖ x ๑๐๙ นิวตันต่อตารางเมตร (ค) วัสดุเส้นใยที่มีค่ามอลดูลัสจำเพาะไม่น้อยกว่า ๑๒.๓ x ๑๐๖ เมตร และมีค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุดจำเพาะไม่น้อยกว่า ๐.๓ x ๑๐๖ เมตร (๓) การผลิตวัสดุตัวกั้นที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับกระบวนการแยกไอโซโทปด้วยวิธีการแพร่ของก๊าซเพื่อเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ที่ทำจากโลหะ โพลิเมอร์ หรือเซรามิกที่ทนต่อการกัดกร่อนจากก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (UF6) และมีรูพรุนขนาดตั้งแต่ ๑๐๐ ถึง ๑,๐๐๐ อังสตรอม หนาไม่เกิน ๕ มิลลิเมตร กรณีที่อยู่ในรูปทรงกระบอก ต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๒๕ มิลลิเมตร (๔) การผลิตหรือประกอบระบบเลเซอร์ที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับแยกสกัดไอโซโทปของยูเรเนียมในระบบหนึ่งระบบใด ดังต่อไปนี้ (ก) ระบบเลเซอร์สำหรับกระบวนการแยกสกัดไอโซโทปของไออะตอมยูเรเนียมโดยการใช้เลเซอร์ (AVLIS หรือ SILVA) (ข) ระบบเลเซอร์สำหรับกระบวนการแยกสกัดไอโซโทปของสารประกอบยูเรเนียมโดยการใช้เลเซอร์ (MLIS หรือ MOLIS) (ค) ระบบเลเซอร์สำหรับกระบวนการคัดเลือกไอโซโทปด้วยปฏิกิริยาเคมี (CRISLA) (๕) การผลิตหรือประกอบเครื่องแยกไอโซโทปยูเรเนียมด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าจากสิ่งต่อไปนี้ (ก) ต้นกำเนิดไอออนที่ทำจากแกรไฟต์ เหล็กกล้าไร้สนิม ทองแดง หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม และสามารถให้กระแสลำไอออนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า ๕๐ มิลลิแอมแปร์ (ข) แผ่นเก็บไอออนที่ทำจากแกรไฟต์ เหล็กกล้าไร้สนิม หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม ประกอบด้วยช่องผ่าตามแนวยาวและช่องเก็บ ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป (ค) ถังสุญญากาศที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมหรือโลหะอื่นที่แม่เหล็กดูดไม่ติด และทำงานที่ความดันไม่เกิน ๐.๑ ปาสกาล (ง) ชิ้นขั้วแม่เหล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า ๒ เมตร (๖) การผลิตหรือประกอบคอลัมน์แลกเปลี่ยนระหว่างของเหลวกับของเหลวแบบไหลสวนทางกัน ที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ที่ทำจากหรือป้องกันด้วยแก้ว โพลิเมอร์ชนิดฟลูออโรคาร์บอน หรือวัสดุประเภทพลาสติกอื่นที่เหมาะสม และสามารถให้สารละลายกรดไฮโดรคลอริกไหลผ่านคอลัมน์ได้ในระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วินาที (๗) การผลิตหรือประกอบเครื่องแยกสกัดของเหลวกับของเหลวด้วยแรงหนีศูนย์กลางที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ที่ทำจากโพลิเมอร์ชนิดฟลูออโรคาร์บอนหรือวัสดุประเภทพลาสติกอื่นที่เหมาะสม หรือบุด้วยแก้ว โพลิเมอร์ชนิดฟลูออโรคาร์บอน หรือวัสดุประเภทพลาสติกอื่นที่เหมาะสม และสามารถให้สารละลายกรดไฮโดรคลอริกไหลผ่านได้ในระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วินาที (๘) การผลิตหรือประกอบเซลล์รีดักชันแบบไฟฟ้าเคมีที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับรีดิวซ์ยูเรเนียมจากสถานะเวเลนซ์หนึ่งไปสู่อีกสถานะหนึ่ง โดยส่วนของเซลล์ที่ต้องสัมผัสกับสารละลายในกรรมวิธีสามารถทนต่อการกัดกร่อนของกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นได้ ช่องแคโทดเซลล์อาจมีเยื่อไดอะแฟรมทำด้วยวัสดุแลกเปลี่ยนแคตไอออนชนิดพิเศษ โดยมีแคโทดทำจากแกรไฟต์หรือตัวนำไฟฟ้าชนิดของแข็งอื่นที่เหมาะสม (๙) การผลิตหรือประกอบระบบที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการนำผลผลิตของควอดริเวเลนต์ยูเรเนียม (U4+) ออกจากส่วนของสารละลายอินทรีย์โดยการปรับความเข้มข้นของกรดแล้วป้อนเข้าสู่เซลล์ไฟฟ้าเคมี โดยส่วนของระบบที่สัมผัสกับสารละลายอินทรีย์ ทำจากหรือป้องกันด้วยแก้ว โพลิเมอร์ชนิดฟลูออโรคาร์บอน โพลิเฟนิลซัลเฟต โพลิอีเทอร์ซัลโฟน แกรไฟต์ชนิดซึมซับด้วยเรซิน หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม (๑๐) การผลิตหรือประกอบระบบที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการออกซิไดซ์ไตรเวเลนต์ยูเรเนียม (U3+) ให้เป็นควอดริเวเลนต์ยูเรเนียม (U4+) (๑๑) การผลิตหรือประกอบเรซินหรือสารดูดซับสำหรับแลกเปลี่ยนไอออนชนิดทำปฏิกิริยารวดเร็วที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ไม่ว่าจะเป็นเรซินซึ่งมีกลุ่มขั้วขนาดใหญ่ (macroreticular resin) หรือวัสดุรูพรุนที่มีสารเคลือบให้เกิดปฏิกิริยาบนเยื่อผิว โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๐.๒ มิลลิเมตร และทนต่อการกัดกร่อนจากสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นได้ อีกทั้งสามารถเกิดปฏิกิริยาจลนพลศาสตร์ในการแลกเปลี่ยนไอโซโทปของยูเรเนียม โดยมีค่าครึ่งเวลาของอัตราการแลกเปลี่ยนน้อยกว่า ๑๐ วินาที และสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ถึง ๒๐๐ องศาเซลเซียส (๑๒) การผลิตหรือประกอบคอลัมน์แลกเปลี่ยนไอออนที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และทำจากหรือป้องกันด้วยไทเทเนียม พลาสติกชนิดฟลูออโรคาร์บอน หรือวัสดุอื่นที่ทนต่อการกัดกร่อนจากสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น โดยเป็นคอลัมน์รูปทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า ๑,๐๐๐ มิลลิเมตร และสามารถทำงานที่อุณหภูมิตั้งแต่ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ถึง ๒๐๐ องศาเซลเซียส และความดันมากกว่า ๐.๗ เมกะปาสกาล (๑๓) การผลิตหรือประกอบระบบแลกเปลี่ยนไอออนแบบไหลกลับที่มีระบบรีดักชันและระบบออกซิเดชันแบบเคมีหรือเคมีไฟฟ้า ซึ่งออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษ สำหรับการคืนสภาพตัวรีดิวซ์ เช่น ไตรเวเลนต์ไทเทเนียม (Ti3+) และตัวออกซิไดซ์ เช่น ไตรเวเลนต์ไอร์ออน (Fe3+) ที่ใช้ในชุดกลั่นเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแบบแลกเปลี่ยนไอออน (๑๔) การผลิตหัวฉีดแยกก๊าซสำหรับกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมด้วยวิธีทางอากาศพลศาสตร์ที่ประกอบด้วยช่องโค้งที่ผ่าตามแนวยาว (slit-shaped) โดยมีรัศมีส่วนโค้งน้อยกว่า ๑ มิลลิเมตร ซึ่งทนการกัดกร่อนจากก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (UF6) และมีส่วนที่มีลักษณะเป็นปลายมีดอยู่ภายในหัวฉีด (๑๕) การผลิตท่อกระแสวนสำหรับกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมด้วยวิธีทางอากาศพลศาสตร์ ซึ่งมีรูปทรงกระบอกหรือทรงเรียว มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ๐.๕ เซนติเมตร ถึง ๔ เซนติเมตร ซึ่งทำจากหรือป้องกันด้วยวัสดุทนการกัดกร่อนจากก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (UF6) โดยอัตราส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๒๐ ต่อ ๑ และมีช่องทางไหลเข้าของก๊าซในแนวสัมผัสตั้งแต่หนึ่งช่องขึ้นไป (๑๖) การผลิตหรือประกอบระบบผลิตพลาสมายูเรเนียมที่อาจมีปืนยิงแถบพลังงานสูงหรือลำอิเล็กตรอนกราดตรวจไปยังเป้าหมายด้วยกำลังมากกว่า ๒.๕ กิโลวัตต์ ต่อเซนติเมตร (๑๗) การผลิตท่อเซอร์โคเนียมที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับใช้ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์จากโลหะเซอร์โคเนียมและโลหะผสมเซอร์โคเนียม ซึ่งมีกำลังการผลิตมากกว่า ๕๐๐ กิโลกรัม ในระยะเวลา ๑๒ เดือน โดยมีอัตราส่วนแฮฟเนียมต่อเซอร์โคเนียม น้อยกว่า ๑ ต่อ ๕๐๐ ส่วน โดยน้ำหนัก (๑๘) การผลิตหรือเพิ่มความเข้มข้นของน้ำมวลหนัก ดิวเทอเรียม หรือสารประกอบอื่นของดิวเทอเรียม ที่มีอัตราส่วนดิวเทอเรียมต่อไฮโดรเจนมากกว่า ๑ ต่อ ๕,๐๐๐ (๑๙) การผลิตแกรไฟต์ที่มีระดับความบริสุทธิ์มากกว่า ๕ ส่วน ใน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ส่วนของโบรอนสมมูลและมีความหนาแน่นมากกว่า ๑.๕๐ กรัม ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร (๒๐) การผลิตภาชนะบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่ให้การป้องกันทางเคมี ความร้อน และรังสี รวมทั้งการระบายความร้อนจากการสลายตัว ระหว่างการจัดการ การขนส่ง และการเก็บรักษาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว (๒๑) การผลิตแท่งควบคุมที่ใช้ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษ สำหรับใช้ในการควบคุมอัตราปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (๒๒) การผลิตภาชนะกักหรือเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่เตรียมขึ้นเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการเกิดภาวะวิกฤติและสามารถควบคุมจากระยะไกล ที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดคาร์บอนต่ำ ไทเทเนียม เซอร์โคเนียม หรือวัสดุคุณภาพสูงอื่น ๆ ซึ่งทนต่อการกัดกร่อนจากกรดไนตริกและสารกัดกร่อนอื่นที่มีความร้อนได้ และต้องมีคุณลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (ก) ผนังหรือโครงสร้างภายในมีปริมาณโบรอนอย่างน้อยร้อยละ ๒ (ข) เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๑๗๕ มิลลิเมตร สำหรับภาชนะรูปทรงกระบอก (ค) ความกว้างสูงสุดไม่เกิน ๗๕ มิลลิเมตร สำหรับภาชนะรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากหรือรูปทรงวงแหวน (๒๓) การผลิตเครื่องสับหรือตัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษ สำหรับใช้ในการสับ ตัด หรือเฉือน ชุดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว มัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว หรือแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว โดยการควบคุมจากระยะไกล ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือโลหะหรือเครื่องมือชั้นสูง เช่น เลเซอร์ ก็ตาม (๒๔) การผลิตตู้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับงานทางรังสีหรือนิวเคลียร์ไม่ว่าจะเป็นตู้เดี่ยวหรือตู้ที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งมีปริมาตรไม่น้อยกว่า ๖ ลูกบาศก์เมตร โดยติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ควบคุมการทำงานจากระยะไกล และมีความสามารถกำบังรังสีเทียบได้กับคอนกรีตที่มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า ๓.๒ กรัม ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และหนาไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตรให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ อเนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ (๑๗) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดการดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งต่อเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ