ทนอย.Thanoy · iApp
กฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2544

ข้อ 4

กฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2544 ข้อ 4 ให้มีผู้แทนเกษตรกรจำนวนยี่สิบคนซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกองค์กรเกษตรกรในสี่ภูมิภาค อย่างน้อยภูมิภาคละสองคน ส่วนที่เหลืออีกสิบสองคนให้เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกองค์กรเกษตรกรในแต่ละภูมิภาค การคำนวณสัดส่วนของผู้แทนเกษตรกรส่วนที่เหลืออีกสิบสองคน ให้คำนวณจากสัดส่วนของสมาชิกองค์กรเกษตรกร ดังต่อไปนี้ (๑) ให้รวมจำนวนสมาชิกองค์กรเกษตรกรทั้งสี่ภูมิภาค (๒) ให้นำจำนวนสมาชิกองค์กรเกษตรกรตาม (๑) หารด้วยสิบสอง ผลลัพธ์ที่ได้ถือเป็นจำนวนสมาชิกองค์กรเกษตรกรเฉลี่ยต่อผู้แทนเกษตรกรหนึ่งคน (๓) ให้นำจำนวนสมาชิกองค์กรเกษตรกรในแต่ละภูมิภาคหารด้วยจำนวนสมาชิกองค์กรเกษตรกรเฉลี่ยตาม (๒) ผลลัพธ์ที่เป็นจำนวนเต็มที่ได้รับคือ จำนวนผู้แทนเกษตรกรที่ภูมิภาคนั้นจะพึงมี (๔) ในกรณีที่จำนวนผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับรวมกันทั้งสี่ภูมิภาคมีจำนวนไม่ถึงสิบสองคน ให้ภูมิภาคที่มีผลลัพธ์ตาม (๓) เป็นเศษที่มีจำนวนมากที่สุดได้รับจำนวนผู้แทนเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนและให้เพิ่มจำนวนผู้แทนเกษตรกรตามวิธีการดังกล่าวแก่ภูมิภาคที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๓) ในลำดับรองลงมาตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวนผู้แทนองค์กรเกษตรกรทั้งสี่ภูมิภาครวมกันครบจำนวนสิบสองคน เมื่อได้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว ให้รัฐมนตรีประกาศกำหนดจำนวนผู้แทนเกษตรกรที่จะพึงมีในแต่ละภูมิภาค

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

กฎกระทรวงกำหนดการแบ่งภูมิภาคและการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2544 ข้อ 4 · ทนอย Thanoy