กฎกระทรวงกำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และกำหนดอำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2565
ข้อ 48
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และกำหนดอำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2565 ข้อ 48 บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินอาจยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งอายัดทรัพย์สิน เพื่อโต้แย้งหนี้ที่เรียกให้ชำระต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งอายัด บุคคลผู้จะต้องเสียหายเพราะคำสั่งอายัดอาจยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งดังกล่าวได้ภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันทราบคำสั่งอายัด (๑) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ชำระเงิน ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนวันที่บุคคลภายนอกจะชำระเงินให้แก่หน่วยงานของรัฐ (๒) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น (๓) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ชำระหนี้อย่างอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนที่บุคคลภายนอกจะปฏิบัติการชำระหนี้ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งรับคำร้องคัดค้านตามวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว ให้ส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและเจ้าพนักงาน และให้เจ้าพนักงานงดการบังคับตามคำสั่งอายัดไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทำการไต่สวนแล้ว หากเห็นว่าสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีอยู่จริงและอาจบังคับได้ก็ให้ยกคำร้องนั้นเสียและมีคำสั่งให้บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินปฏิบัติตามคำสั่งอายัด แต่หากเห็นว่าคำร้องคัดค้านรับฟังได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งถอนการอายัดสิทธิเรียกร้อง ในระหว่างการพิจารณาคำร้องคัดค้านตามวรรคสาม หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องคัดค้านนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องคัดค้านวางเงินหรือจัดหาประกันมาวางต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามจำนวนและภายในเวลาที่กำหนดเพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับจากการยื่นคำร้องคัดค้านนั้น ถ้าผู้ร้องคัดค้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐยกคำร้องคัดค้านนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป ส่วนเงินหรือประกันที่วางไว้ต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดังกล่าว เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต่อไปจะสั่งคืนเงินหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ ในกรณีที่สิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีอยู่จริงและอาจบังคับได้ ให้เจ้าพนักงานมีคำเตือนให้บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินปฏิบัติตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนด ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ให้เจ้าพนักงานรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยการอนุมัติของผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมการปฏิบัติงานชั้นเหนือขึ้นไปของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาดำเนินการบังคับทางปกครองแก่ผู้นั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง รวมทั้งให้ชดใช้ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินพร้อมกันไปด้วย ถ้าไม่มีการคัดค้านคำสั่งอายัดทรัพย์สิน แต่บุคคลผู้ได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์สินมิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้เจ้าพนักงานดำเนินการตามวรรคห้า คำสั่งยกคำร้องตามวรรคสามและวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด