กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560
ข้อ 2
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ข้อ 2 ให้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้ (๑) ใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ฉบับละ ๖๐,๐๐๐ บาท (๒) ค่าธรรมเนียมคลังสินค้าทัณฑ์บนรายปี ปีละ ๖,๐๐๐ บาท (๓) การจดทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ลักษณะจำเพาะละ ๓,๐๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน ฉบับละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท (๕) การต่ออายุใบอนุญาตผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน ฉบับละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท (๖) ใบอนุญาตนำเข้าซึ่งเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน ครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท (๗) การควบคุมการผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน เดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตผลิตสุรา (ก)กรณีผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า ๑) ใบอนุญาตผลิตสุราแช่ฉบับละ ๓๖๐ บาท ๒) ใบอนุญาตผลิตสุรากลั่นฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท (ข) กรณีผลิตสุราเพื่อการค้า ๑) ใบอนุญาตผลิตสุราแช่ ก) สุราแช่ที่ไม่ใช่สุราแช่ชนิดเบียร์ ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมสุรา ขนาดเล็กตามกฎกระทรวงว่าด้วย การผลิตสุราฉบับละ ๑,๘๐๐ บาท ข) สุราแช่ที่ไม่ใช่สุราแช่ชนิดเบียร์ ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมสุรา ขนาดกลางตามกฎกระทรวงว่าด้วย การผลิตสุรา ฉบับละ ๓,๖๐๐ บาท ค) สุราแช่ชนิดเบียร์และสุราแช่ชนิดอื่น นอกจาก ก) และ ข)ฉบับละ ๖๐,๐๐๐ บาท ๒) ใบอนุญาตผลิตสุรากลั่น ก) สุรากลั่นชนิดสุราขาวที่ผลิตจาก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก ตามกฎกระทรวงว่าด้วย การผลิตสุรา ฉบับละ ๗,๕๐๐ บาท ข) สุรากลั่นชนิดสุราขาวที่ผลิตจาก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง ตามกฎกระทรวงว่าด้วย การผลิตสุราฉบับละ ๑๕,๐๐๐ บาท ค) สุรากลั่นชนิดอื่นนอกจาก ก) และ ข) ฉบับละ ๖๐,๐๐๐ บาท (๙) ใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ก) ประเภทที่ ๑ สำหรับการนำเข้ามาเพื่อขาย ซึ่งมิใช่ การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรฉบับละ ๑,๒๐๐ บาท (ข) ประเภทที่ ๒ สำหรับการนำเข้ามาเพื่อขายในคลังสินค้า ทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากรฉบับละ ๑,๒๐๐ บาท (ค) ประเภทอื่น ๆฉบับละ ๓๐๐ บาท (๑๐) ใบอนุญาตขายสุรา (ก) ประเภทที่ ๑ สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งตั้งแต่ สิบลิตรขึ้นไป ๑) สำหรับโรงอุตสาหกรรมสุรากลั่นชนิดสุราขาว ที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้าหรือใช้ คนงานน้อยกว่าเจ็ดคน หรือกรณีใช้เครื่องจักร และคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า ห้าแรงม้าและคนงานต้องน้อยกว่าเจ็ดคน ปีละ ๑,๒๐๐ บาท ๒) สำหรับโรงอุตสาหกรรมสุราแช่ที่มิใช่สุราแช่ชนิดเบียร์ ที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้าหรือใช้ คนงานน้อยกว่าเจ็ดคน หรือกรณีใช้เครื่องจักรและ คนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่าเจ็ดคน ปีละ ๖๐๐ บาท ๓) สำหรับการขายสุรากรณีอื่น ๆ นอกจาก ๑) และ ๒) ปีละ ๕,๐๐๐ บาท (ข) ประเภทที่ ๒ สำหรับขายการสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งต่ำกว่า สิบลิตร ๑) สำหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ปีละ ๒,๐๐๐ บาท ๒) สำหรับสถานที่ขายที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ปีละ ๒,๐๐๐ บาท ๓) สำหรับสถานที่ขายที่ผู้ประกอบการมิได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ปีละ ๓๐๐ บาท (๑๑) ใบอนุญาตผลิตยาสูบ (ก) บุหรี่ซิกาแรต ฉบับละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท (ข) บุหรี่ซิการ์ ฉบับละ ๗,๕๐๐ บาท (ค) บุหรี่อื่น ฉบับละ ๓,๖๐๐ บาท (ง) ยาเคี้ยว ฉบับละ ๓,๖๐๐ บาท (จ) ยาเส้นปรุง ฉบับละ ๗,๕๐๐ บาท (ฉ) ยาเส้น ๑) ยาเส้นที่ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบ ทำจากใบยาสูบที่ปลูก และหั่นเอง ฉบับละ ๓๓๐ บาท ๒) ยาเส้นอื่น นอกจาก ๑) ฉบับละ ๗,๕๐๐ บาท (ช) ผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น ฉบับละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท (๑๒) ใบอนุญาตขายยาสูบ (ก) ประเภทที่ ๑ สำหรับการขายส่งยาสูบ ครั้งหนึ่งจำนวน หนึ่งพันมวนขึ้นไป ถ้าเป็นยาสูบประเภทยาเส้น ครั้งหนึ่ง จำนวนสองกิโลกรัมขึ้นไป ยาสูบประเภทยาเส้นปรุง หรือยาเคี้ยว ครั้งหนึ่งจำนวนสองร้อยกรัมขึ้นไป ๑) สำหรับผู้ขายบุหรี่ซิกาแรตและบุหรี่ซิการ์ ปีละ ๑,๒๐๐ บาท ๒) สำหรับผู้ขายยาเคี้ยว ยาเส้นปรุง ยาเส้น และบุหรี่อื่น ก) สำหรับผู้ขายยาเส้นที่ผู้ขายเป็นผู้เพาะปลูกต้นยาสูบ และผลิตเอง ปีละ ๑๐๐ บาท ข) สำหรับผู้ขายยาเส้นอื่น นอกจาก ก) ปีละ ๕๐๐ บาท (ข) ประเภทที่ ๒ สำหรับการขายปลีกยาสูบ ครั้งหนึ่งจำนวน ต่ำกว่าหนึ่งพันมวน ถ้าเป็นยาสูบประเภทยาเส้น ครั้งหนึ่ง จำนวนต่ำกว่าสองกิโลกรัม ยาสูบประเภทยาเส้นปรุงหรือ ยาเคี้ยว ครั้งหนึ่งจำนวนต่ำกว่าสองร้อยกรัม ๑) สำหรับผู้ขายบุหรี่ซิกาแรตและบุหรี่ซิการ์ ใน ก) คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้า ปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ปีละ ๕๐๐ บาท ข) สถานที่ขายที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ปีละ ๕๐๐ บาท ค) สถานที่ขายที่ผู้ประกอบการมิได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ปีละ ๑๐๐ บาท ๒) สำหรับผู้ขายยาเคี้ยว ยาเส้นปรุง ยาเส้น และบุหรี่อื่นปีละ ๑๐๐ บาท (ค) ประเภทที่ ๓ สำหรับการขายผลิตภัณฑ์ยาสูบปีละ ๑,๒๐๐ บาท (๑๓) ใบอนุญาตซื้อใบยาแห้ง ฉบับละ ๑๕,๐๐๐ บาท (๑๔) ใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไป นอกราชอาณาจักร (ก) ใบอนุญาตนำเข้าใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาใน ราชอาณาจักร ๑) เพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากร ครั้งละ ๓๐๐ บาท ๒) เพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้า ปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ครั้งละ ๓๐๐ บาท ๓) เพื่อกรณีอื่น ๆ ครั้งละ ๓๐๐ บาท (ข) ใบอนุญาตส่งออกใบยา ยาอัด หรือยาสูบไปนอก ราชอาณาจักร ครั้งละ ๓๐๐ บาท (๑๕) ใบอนุญาตผลิตไพ่ ฉบับละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท (๑๖) ใบอนุญาตขายไพ่ (ก) ประเภทที่ ๑ สำหรับการขายไพ่ ครั้งหนึ่งจำนวนตั้งแต่ สี่สิบสำรับขึ้นไป ปีละ๑,๒๐๐ บาท (ข) ประเภทที่ ๒ สำหรับการขายไพ่ ครั้งหนึ่งต่ำกว่าสี่สิบสำรับ ๑) ในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ปีละ ๕๐๐ บาท ๒) ในสถานที่ขายที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ปีละ ๕๐๐ บาท ๓) ในสถานที่ขายที่ผู้ประกอบการมิได้จดทะเบียน มูลค่าเพิ่ม ปีละ ๑๐๐ บาท (๑๗) ใบอนุญาตนำไพ่เข้ามาในราชอาณาจักร (ก) ประเภทที่ ๑ สำหรับการนำเข้ามาเพื่อขาย ซึ่งมิใช่ การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรครั้งละ ๓๐๐ บาท (ข) ประเภทที่ ๒ สำหรับการนำเข้ามาเพื่อขายในคลังสินค้า ทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากรครั้งละ ๓๐๐ บาท (ค) ประเภทที่ ๓ สำหรับการนำเข้าในกรณีอื่น ครั้งละ ๓๐๐ บาท (๑๘) ใบแทนใบอนุญาตฉบับละกึ่งหนึ่งของ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ประเภทนั้น ๆ แต่ไม่เกิน ๑๐๐ บาท (๑๙) การโอนใบอนุญาต ครั้งละกึ่งหนึ่งของ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ประเภทนั้น ๆ (๒๐) การเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ครั้งละหนึ่งในสี่ของ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ประเภทนั้น ๆ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ