กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562
ข้อ 33
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 ข้อ 33 เมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยลดวันต้องโทษจำคุกอนุมัติให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกแล้ว ให้อธิบดีแจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ ในการนี้ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำออกหนังสือสำคัญให้แก่นักโทษเด็ดขาดผู้นั้นและมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร โดยนักโทษเด็ดขาดผู้นั้นต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่ที่ไปพักอาศัยภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัว หนังสือสำคัญตามวรรคหนึ่ง ต้องระบุเงื่อนไขตามหมวด ๙ เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ ในกรณีที่หนังสือสำคัญสูญหาย ให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติและขอรับใบแทนหนังสือสำคัญ เมื่อเจ้าพนักงานเรือนจำหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเรียกให้นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวแสดงหนังสือสำคัญ ให้นักโทษเด็ดขาดผู้นั้นแสดงหนังสือสำคัญต่อบุคคลดังกล่าว ถ้าไม่แสดงหนังสือสำคัญ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับนักโทษเด็ดขาดผู้นั้นส่งเรือนจำก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 15564/2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ