กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. 2567
ข้อ 2
กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. 2567 ข้อ 2 การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ในปริมาณเล็กน้อยตามที่กำหนดดังต่อไปนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ (๑) ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ (ก) แอมเฟตามีน (amphetamine หรือ amfetamine) มีปริมาณไม่เกินหนึ่งหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม (ข) เอ็น - เอทิล เอ็มดีเอ หรือ เอ็มดีอี (N - ethyl MDA หรือ MDE) มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบมิลลิกรัม (ค) เฮโรอีน (heroin หรือ diacetylmorphine) มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสามร้อยมิลลิกรัม (ง) เดกซ์โทรไลเซอร์ไจด์ ((+) - lysergide) หรือแอลเอสดี (LSD) หรือแอลเอสดี - ๒๕ (LSD 25)) มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม (จ) เมทแอมเฟตามีน (methamphetamine หรือ metamfetamine) มีปริมาณไม่เกินหนึ่งหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินยี่สิบมิลลิกรัม (ฉ) เมทิลีนไดออกซีแอมเฟตามีน (methylenedioxyamphetamine หรือ tenamfetamine หรือ MDA) มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบมิลลิกรัม (ช) ๓,๔ - เมทิลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน (3,4 - methylenedioxymethamphetamine หรือ methylenedioxymetamfetamine หรือ ecstasy หรือ MDMA) มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบมิลลิกรัม (๒) ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ (ก) โคคาอีน (cocaine) มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสองร้อยมิลลิกรัม (ข) ฝิ่น มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินห้าพันมิลลิกรัม (๓) ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (ก) พืชฝิ่นหรือที่มีชื่ออื่นในสกุลเดียวกันที่ให้ฝิ่นหรือแอลคาลอยด์ของฝิ่น มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันมิลลิกรัม (ข) เห็ดขี้ควายหรือพืชเห็ดขี้ควายหรือที่มีชื่ออื่นในสกุลเดียวกันที่ให้สาร psilocybin หรือ psilocin มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันมิลลิกรัม (ค) สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol หรือ THC) ที่เป็นสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงที่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสามหมื่นมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นของเหลวมีปริมาตรสุทธิไม่เกินสามสิบมิลลิลิตร (๔) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ (ก) ฟลูอัลพราโซแลม (flualprazolam) มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหกร้อยห้าสิบมิลลิกรัม (ข) ฟีนาซีแพม (phenazepam) มีปริมาณไม่เกินสิบหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยสี่สิบมิลลิกรัม (๕) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ (ก) อัลพราโซแลม (alprazolam) มีปริมาณไม่เกินสิบหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งพันสามร้อยมิลลิกรัม (ข) คีตามีน (ketamine) ในกรณีที่เป็นของเหลวมีปริมาตรสุทธิไม่เกินสิบมิลลิลิตร หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งหมื่นมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินห้าร้อยมิลลิกรัม (ค) มิดาโซแลม (midazolam) มีปริมาณไม่เกินสิบหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสองพันแปดสิบมิลลิกรัม (ง) ไนเมตาซีแพม (nimetazepam) มีปริมาณไม่เกินสิบหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งพันแปดร้อยเก้าสิบมิลลิกรัม (จ) ไนทราซีแพม (nitrazepam) มีปริมาณไม่เกินสิบหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินห้าพันห้าร้อยหกสิบมิลลิกรัม (ฉ) เฟนเทอร์มีน (phentermine) มีปริมาณไม่เกินสิบหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินสามพันสองร้อยมิลลิกรัมให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐๗ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ในปริมาณเล็กน้อยที่ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้มาตรา ฉบับที่ 2 กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้โทษอย่างจริงจัง โดยเฉพาะยาเสพติดให้โทษในประเภท๑ กรณีแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีนจึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ