ทนอย.Thanoy · iApp
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. 2567

ข้อ 12

หมวด ๔ มาตรฐานด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรม
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. 2567 ข้อ 12 เครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๑๑ อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) เครื่องตรวจสมรรถภาพการได้ยินต้องส่งสัญญาณเสียงบริสุทธิ์และได้รับการรับรองตามมาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๖ (American National Standards Institute (ANSI) S3.6-1996) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมต้องมีเอกสารแสดงการสอบเทียบเครื่องมือตามระยะเวลาที่กำหนดไม่เกินสองปี และให้ดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้ (ก) ห้องหรือพื้นที่สำหรับการตรวจสมรรถภาพการได้ยินต้องมีระดับเสียงขั้นต่ำตามมาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๙ (American National Standards Institute (ANSI) S3.1-1999) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานสำนักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๘๓ (Occupational Safety and Health Administration (OSHA) 1983) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว (ข) ตู้ตรวจการได้ยิน (Audiometric test booth) ต้องมีระดับเสียงขั้นต่ำตามมาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๙ (American National Standards Institute (ANSI) S3.1-1999) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม (๒) เครื่องตรวจสมรรถภาพปอดต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานสมาคมแพทย์โรคทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๔ (American Thoracic Society (ATS) 1994) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานคณะทำงานเฉพาะกิจสมาคมระบบทางเดินหายใจของยุโรป ค.ศ. ๒๐๐๕ (European Respiratory Society Task Force (ATS/ERS) 2005) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องสามารถแสดงผลสไปโรแกรมได้ทั้งกราฟแสดงปริมาตรเทียบกับเวลา (Volume-time curve) และกราฟแสดงอัตราการไหลเทียบกับปริมาตรของอากาศ (Flow-volume curve) รวมทั้งต้องสามารถรายงานผลการตรวจสมรรถภาพปอดตามพารามิเตอร์อย่างน้อยในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ ปริมาตรอากาศทั้งหมดที่ออกแรงเป่าได้ (Forced vital capacity : FVC) ปริมาตรอากาศที่ออกแรงเป่าได้ในช่วงหนึ่งวินาทีแรก (Forced expiratory volume 1 second : FEV1) และค่าอัตราส่วนปริมาตรอากาศที่ออกแรงเป่าได้ในช่วงหนึ่งวินาทีแรกต่อปริมาตรอากาศทั้งหมดที่ออกแรงเป่าได้ (FEV1/FVC) ทั้งค่าที่ตรวจได้จริง (Measure) และร้อยละของค่าคาดคะเน (Percent of predicted value) พร้อมทั้งมีอุปกรณ์สำหรับการปรับความเที่ยงตรงประจำวัน (daily calibration) เช่น กระบอกสูบ (๓) เครื่องตรวจสมรรถภาพการมองเห็นต้องวัดความสามารถในการมองเห็นของสายตาทั้งในระยะใกล้ คือ ระยะที่วัตถุอยู่ห่างจากสายตาสิบสี่นิ้ว และระยะไกล คือ ระยะที่วัตถุอยู่ห่างจากสายตายี่สิบฟุต และต้องมีสไลด์ชุดสำหรับงานอาชีวอนามัยหรือชุดมาตรฐาน โดยผลการตรวจวัดต้องสามารถเทียบกับลักษณะงานได้ ดังนี้ (ก) ทดสอบสายตาเขแนวดิ่ง (vertical phoria test) (ข) ทดสอบสายตาเขแนวนอน (lateral phoria test) (ค) ทดสอบความชัดของภาพ (visual acuity test) (ง) ทดสอบความลึกของภาพ (depth perception test) (จ) ทดสอบการแยกสี (vision color test) (ฉ) ทดสอบลานสายตา (visual field test)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 11570/2553

พ.ศ. 2553

พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา

ค้นต่อ

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. 2567 ข้อ 12 · ทนอย Thanoy