กฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กลองเป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. 2545
ข้อ 2
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กลองเป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. 2545 ข้อ 2 ให้ทางน้ำชลประทานแม่น้ำแม่กลอง จากศูนย์กลางทำนบดินกั้นแม่น้ำแม่กลองเดิม ฝั่งขวา ในท้องที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ไปถึงปากช่องลัดเขื่อนแม่กลอง ด้านเหนือ ฝั่งขวา ในท้องที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ด้านใต้ ฝั่งขวา ในท้องที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานให้ไว้ ณ วันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ชูชีพ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ทางน้ำชลประทานแม่น้ำแม่กลอง จากศูนย์กลางเขื่อนแม่กลอง ในท้องที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ถึงไปทางเหนือเขื่อนแม่กลอง ๓.๐๐๐ กิโลเมตร ฝั่งขวา ในท้องที่ตำบลเขาน้อย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ฝั่งซ้ายในท้องที่ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ไปทางใต้เขื่อนแม่กลอง ๓.๐๐๐ กิโลเมตร ฝั่งขวา ในท้องที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลวังขนาย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งทางน้ำชลประทานแม่น้ำแม่กลอง จากศูนย์กลางทำนบดินกั้นแม่น้ำแม่กลองเดิม ฝั่งขวาในท้องที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ไปถึงปากช่องลัดเขื่อนแม่กลอง ด้านเหนือ ฝั่งขวา ในท้องที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ด้านใต้ ฝั่งขวาในท้องที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการใช้น้ำอย่างเต็มที่ และเนื่องจากมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้ทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ