กฎกระทรวงความปลอดภัยในการดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย พ.ศ. 2567
ข้อ 4
ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ —
เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงความปลอดภัยในการดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย พ.ศ. 2567 ข้อ 4 ผู้รับใบอนุญาตต้องแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการความปลอดภัย" ประกอบด้วย ผู้ชำนาญการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย โดยมีจำนวนที่เพียงพอตามความจำเป็น และไม่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย โดยมีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาหรือเสนอแนะในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) การออกแบบโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย รวมทั้งแบบและคุณสมบัติของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และส่วนประกอบเกี่ยวกับการควบคุมรีแอคติวิตี (reactivity) (๒) เอกสารเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๓) การทดลองหรือทดสอบที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๔) การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยหรือการทดลองที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๕) การฝ่าฝืนขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตามที่กำหนดในใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์หรือฝ่าฝืนขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๖) ขั้นตอนและวิธีการในการแก้ไขหรือควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุขัดข้องที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๗) การทบทวนการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตามระยะเวลา (๘) รายงานการดำเนินการหรือการแจ้งเหตุต่อสำนักงาน (๙) รายงานการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อมต่อสำนักงาน (๑๐) รายงานปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนได้รับต่อสำนักงาน (๑๑) รายงานทางเทคนิคเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยต่อสำนักงาน (๑๒) รายงานผลการตรวจสอบของสำนักงาน (๑๓) การประเมินความปลอดภัยในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย การทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๑๔) เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็
พ.ศ. 2557
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ
พ.ศ. 2557
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ
ค้นต่อ