กฎกระทรวงความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2567
ข้อ 12
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2567 ข้อ 12 เพื่อประโยชน์แก่ผู้เรียน ให้สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา จัดทำคลังหน่วยกิตกลางเพื่อเป็นที่รวมผลการวัดและประเมินผลการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อใช้เป็นผลการวัดและประเมินผลกลางที่ใช้ต่อสถาบันอุดมศึกษาได้ทุกแห่ง สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา มีอำนาจประกาศให้วิชาใดวิชาหนึ่งหรือชุดวิชาใดชุดวิชาหนึ่งที่วัดและประเมินผลโดยสถาบันอุดมศึกษาใด ให้ถือเป็นการวัดและประเมินผลโดยสถาบันอุดมศึกษาอื่นทุกแห่งด้วยก็ได้ ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาใดไม่ยอมรับการวัดและประเมินผลตามวรรคสอง ผู้เรียนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่วัดและประเมินผล อาจขอให้สถาบันอุดมศึกษานั้นทบทวนการไม่ยอมรับดังกล่าว หากสถาบันอุดมศึกษาทบทวนแล้วยังยืนยันไม่ยอมรับการวัดและประเมินผลนั้น ให้ผู้เรียนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่วัดและประเมินผลแจ้งให้สำนักงานปลัดกระทรวงทราบ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาให้วินิจฉัยชี้ขาดว่าการวัดและประเมินผลดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาแล้วหรือไม่ โดยแจ้งให้สถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวชี้แจงแสดงเหตุผลแห่งการไม่ยอมรับนั้นต่อคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาวินิจฉัยชี้ขาดตามวรรคสามว่าการวัดและประเมินผลเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษา ให้คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาแจ้งต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ยอมรับผลการวัดและประเมินผลเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๕๓ วรรคสอง ต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 11570/2553
พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา