กฎกระทรวงว่าด้วยการจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่สมาชิกหรือบุคคลซึ่งสมาชิกผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้หรือทายาท พ.ศ. 2558
ข้อ 2
กฎกระทรวงว่าด้วยการจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่สมาชิกหรือบุคคลซึ่งสมาชิกผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้หรือทายาท พ.ศ. 2558 ข้อ 2 การจ่ายเงินให้แก่สมาชิกในกรณีที่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเพราะถึงแก่ความตาย หรือผู้รับบํานาญหรือผู้รับเงินดํารงชีพถึงแก่ความตาย (๑) ในกรณีที่สมาชิกได้แสดงเจตนาไว้ ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินมายื่นคําขอรับเงินจากกองทุน ณ นิติบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากกองทุนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สมาชิก หรือผู้รับบํานาญหรือผู้รับเงินดํารงชีพถึงแก่ความตาย โดยได้เลือกวิธีการรับเงินตามที่กําหนดไว้ในคําขอรับเงินจากกองทุนพร้อมกับเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (ก) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้มีสิทธิได้รับเงินหรือบัตรประจําตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ (ข) สําเนาใบมรณบัตร (ค) สําเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้มีสิทธิได้รับเงินเป็นคู่สมรสของสมาชิก) (ง) สําเนาสูติบัตร หรือสําเนาทะเบียนที่รับรองว่าเป็นบุตร หรือสําเนาคําพิพากษาของศาลว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย (กรณีผู้มีสิทธิได้รับเงินเป็นบุตรของสมาชิก) (จ) สําเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ประสงค์จะให้โอนเงินเข้ากรณีเลือกวิธีการรับเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (๒) เมื่อกองทุนตรวจสอบความถูกต้องของคําขอ เอกสารและหลักฐานแล้ว ให้กองทุนจ่ายเงินตามจํานวนที่มีอยู่ในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิก หรือในบัญชีเงินบํานาญของผู้รับบํานาญหรือผู้รับเงินดํารงชีพที่ถึงแก่ความตายทั้งจํานวนให้แก่บุคคลดังกล่าวตามวิธีการที่ได้แสดงความจํานงไว้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่กองทุนได้รับคําขอตลอดจนเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๒ (๑) ครบถ้วน (๓) ในกรณีที่สมาชิกมิได้แสดงเจตนาไว้ ให้ทายาทตามมาตรา ๓๖ มายื่นคําขอรับเงินจากกองทุน ณ นิติบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากกองทุนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สมาชิก หรือผู้รับบํานาญหรือผู้รับเงินดํารงชีพถึงแก่ความตาย และเลือกวิธีการรับเงินตามที่กําหนดไว้ในคําขอรับเงินจากกองทุนพร้อมกับเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (ก) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของทายาท หรือบัตรประจําตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ (ข) สําเนาใบมรณบัตร (ค) สําเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้มีสิทธิได้รับเงินเป็นคู่สมรสของสมาชิก) (ง) สําเนาสูติบัตร หรือสําเนาทะเบียนที่รับรองว่าเป็นบุตร หรือสําเนาคําพิพากษาของศาลว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย (กรณีผู้มีสิทธิได้รับเงินเป็นบุตรของสมาชิก) (จ) บันทึกสอบปากคํา (ป.ค. ๑๔) ที่ออกโดยกรมการปกครองหรือสํานักงานเขตของกรุงเทพมหานคร (ถ้ามี) (ฉ) สําเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ประสงค์จะให้โอนเงิน (กรณีเลือกวิธีการรับเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร) ทั้งนี้ กองทุนจะต้องตรวจสอบให้ผู้มีชื่อตามบันทึกสอบปากคํา (ป.ค. ๑๔) และเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามมาตรา ๓๖ ลงลายมือชื่อในคําขอรับเงินจากกองทุนให้ถูกต้องครบถ้วนทุกราย (๔) เมื่อกองทุนตรวจสอบความถูกต้องของคําขอ เอกสารและหลักฐานแล้ว ให้กองทุนจ่ายเงินตามจํานวนที่มีอยู่ในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิก หรือในบัญชีเงินบํานาญของผู้รับบํานาญหรือผู้รับเงินดํารงชีพที่ถึงแก่ความตายทั้งจํานวนให้แก่ทายาทตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๖ ตามวิธีการที่ได้แสดงความจํานงไว้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่กองทุนได้รับคําขอตลอดจนเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๒ (๓) ครบถ้วน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ