กฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ. 2553
ข้อ 2/1
กฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ. 2553 ข้อ 2/1 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจะนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมการปกครองหรือกรุงเทพมหานครกำหนด แล้วแต่กรณีมาตรา ฉบับที่ 2 กฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๑/๒ วรรคเก้า แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐บัญญัติให้นำกระบวนการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งไปใช้กับกรุงเทพมหานครด้วยโดยอนุโลม แต่กฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งของประชาชนในเขตจังหวัดต่าง ๆยังไม่ครอบคลุมถึงการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ ข. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (๑) บัญญัติให้มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนแต่ปรากฏว่ากฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ. ๒๕๕๓ ยังไม่ได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งแต่อย่างใด ส่งผลให้วิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดังกล่าวไม่รองรับต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น การใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (socialdistancing) เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ การลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจต่าง ๆ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงดังกล่าวเพื่อให้หลักเกณฑ์และวิธีการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ. ๒๕๕๓ ครอบคลุมถึงการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่งของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร และสามารถนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทดังกล่าวได้ด้วยจึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้