ทนาย Thanoy · iApp
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2556

ข้อ 12

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2556 ข้อ 12 กองกฎหมายการพาณิชย์และอุตสาหกรรม รับผิดชอบงานกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา การแข่งขันทางการค้า การค้าระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ (๒) ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ (๓) จัดทำคำอธิบายหลักการ ที่มาของร่างกฎหมาย ข้อมูลทางวิชาการ ผลสรุปการวิเคราะห์หรือวิจัยทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ผลการรับฟังความคิดเห็น กลไกการใช้บังคับ และคำอธิบายร่างกฎหมายรายมาตรา เพื่อประกอบการจัดทำบันทึกเจตนารมณ์กฎหมายตามมาตรฐานที่สำนักงานกำหนด (๔) วิเคราะห์ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือองค์กรที่มีอำนาจตีความกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ และจัดทำเป็นข้อมูลหลักกฎหมายเพื่อใช้อ้างอิงเป็นบรรทัดฐานการตีความกฎหมาย (๕) สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งให้คำปรึกษาและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นของรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ (๖) สนับสนุนการปฏิบัติงานของรัฐสภาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในความรับผิดชอบ (๗) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) ติดตาม รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยในทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายในความรับผิดชอบ เพื่อเสนอแนะให้มีการตรา ปรับปรุง หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย (๙) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 11570/2553

พ.ศ. 2553

พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา

ค้นต่อ

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2556 ข้อ 12 · Thanoy