กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2568
ข้อ 2
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2568 ข้อ 2 ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีภารกิจเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค การป้องกัน การปราบปราม และการแก้ไขปัญหาการถูกละเมิดสิทธิของผู้บริโภค รวมทั้งการดำเนินการเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย การส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจในการรักษาสิทธิประโยชน์ของตน และการบูรณาการการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายว่าด้วยการขายตรงและตลาดแบบตรง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (๒) เสนอแนะ จัดทำนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภค แผนยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภค เสนอแนะเพื่อให้มีการตรากฎหมาย แก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมายต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งเสนอแนะนโยบาย มาตรการ การส่งเสริมและกำกับดูแลการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงต่อคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง (๓) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายว่าด้วยการขายตรงและตลาดแบบตรงและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (๔) เป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (๕) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมและการรวมตัวกันของผู้บริโภคในการจัดตั้งองค์กรของผู้บริโภค และส่งเสริมองค์กรของผู้บริโภคในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคตามแผนยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับสิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมาย (๖) ให้คำปรึกษา แนะนำ แก้ไขปัญหา พัฒนาระบบกลไกการบูรณาการ ส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความร่วมมือกับราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (๗) ดำเนินการเกี่ยวกับงานความร่วมมือกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงานหรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 898/2520
ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ