กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2562
ข้อ 13
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2562 ข้อ 13 กองยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลและผลกระทบของสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๒) วางแผนและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการอนุรักษ์และการจัดการเพื่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยุทธศาสตร์การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ (๓) วิเคราะห์และให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายหรือแผนงานโครงการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเสนอแนะเชิงนโยบายหรือแผนงานการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๔) ประสานการจัดทำยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และติดตามประเด็นการเจรจา รวมทั้งผลกระทบของอนุสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (๕) สนับสนุนการพัฒนาการจัดทำและขับเคลื่อนระบบการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์เพื่อใช้ในการวางแผนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (๖) ติดตามและประเมินผลการพัฒนา แผนยุทธศาสตร์ แผนงาน หรือโครงการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล (๗) พัฒนาองค์ความรู้และจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนและติดตามนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๘) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3427/2553
โจทก์เป็นนิติบุคคลของประเทศอังกฤษมอบหมายให้บริษัท ท. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นตัวแทนติดต่อจำเลยที่ประเทศไทยเพื่อประกันภัยอุปกรณ์สำหรับการถ่ายทอดโทรทัศน์ของโจทก์ เมื่อคู่สัญญามิได้แสดงเจตนาให้ใช้กฎหมายของประเทศใดบังคับแก่สัญญาโดยชัดแจ้ง แต่โจทก์มี ภ. ซึ่งเป็นผู้จัดการของบริษัท ท. เป็นตัวแทนในการติดต่อทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยในประเทศไทยการที่จำเลยตกลงรับประกันภัยและส่งกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่บริษัท ท. ต้องถือว่าสัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทำหรือเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงต้องนำกฎหมายไทย