ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515
ข้อ 32
ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ข้อ 32 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ จอมพล ถ. กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติอัตราค่าธรรมเนียม (๑) ใบอนุญาต (ก) สำหรับนิติบุคคลพันละห้าบาท ของทุนจดทะเบียน แต่ไม่เกิน๑๐,๐๐๐ บาท เศษของพันบาทให้คิดเท่ากับ หนึ่งพันบาท (ข) สำหรับบุคคลธรรมดา ๑,๐๐๐ บาท (ค) ใบอนุญาตเฉพาะกาลตามข้อ ๑๓ ให้เรียกเก็บกึ่งอัตราที่กำหนด ไว้ใน (ก) หรือ (ข) แล้วแต่กรณี (๒) ใบแทนใบอนุญาต ๑๐๐ บาท (๓)การตรวจหรือคัดสำเนาเอกสาร รายละ ๕๐ บาท (๔) การขอให้คัดสำเนาหรือขอให้ ถ่ายเอกสารพร้อมทั้งคำรับรอง หน้าละ ๕๐ บาท (๕) การออกหนังสือรับรองข้อความ ในทะเบียน เรื่องละ ๕๐ บาทบัญชีท้ายประกาศของคณะปฏิวัติ บัญชี ก. หมวด ๑ การประกอบธุรกิจทางเกษตรกรรม (๑) การทำนา (๒) การทำนาเกลือรวมทั้งการทำเกลือสินเธาว์ นอกจากเกลือหิน หมวด ๒ การประกอบธุรกิจทางพาณิชยกรรม (๑) การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง (๒) การค้าที่ดิน หมวด ๓ การประกอบธุรกิจบริการ (๑) ทางบัญชี (๒) ทางกฎหมาย(๓) ทางสถาปัตยกรรม (๔) โฆษณา (๕) นายหน้าหรือตัวแทน (๖) ขายทอดตลาด (๘) ตัดผม แต่งผมและเสริมสวย หมวด ๔ การประกอบธุรกิจอื่น ๆ ( ๑ ) การก่อสร้างอาคาร บัญชี ข. หมวด ๑ การประกอบธุรกิจทางเกษตรกรรม (๑) การทำไร่ (๒) การทำสวน (๓) การเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการเลี้ยงไหม (๔) การทำป่าไม้ (๕) การทำการประมง หมวด ๒การประกอบธุรกิจทางอุตสาหกรรมและหัตถกรรม (๑) การสีข้าว (๒) การผลิตแป้งจากข้าวและพืชไร่ (๓) การผลิตน้ำตาล (๔) การผลิดเครื่องดื่มทั้งที่มีและไม่มีแอลกอฮอร์ เจือปน (๕) การผลิตน้ำแข็ง (๖) การผลิตยา (๗) กิจการห้องเย็น (๘) การแปรรูปไม้ (๙) การผลิตเครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องถม หรือ เครื่องทองลงหิน (๑๐)การทำหรือหล่อพระพุทธรูปและการทำบาตร (๑๑) การผลิตเครื่องไม้แกะสลัก (๑๒) การผลิตเครื่องเขิน (๑๓) การผลิตไม้ขีดไฟทุกชนิด (๑๔) การผลิตปูนขาว ปูนซีเมนต์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำ จากซีเมนต์ (๑๕) การระเบิดหรือย่อยหิน (๑๖) การผลิตไม้อัด แผ่นไม้วีเนียร์ ชิปบอร์ด หรือ ฮาร์ดบอร์ด (๑๗) การผลิตเครื่องนุ่งห่มหรือรองเท้า นอกจาก การผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ (๑๘) การทำกิจการโรงพิมพ์ (๑๙) การทำกิจการหนังสือพิมพ์ (๒๐) การสาวไหม ทอผ้าไหม หรือการพิมพ์ลวดลาย ผ้าไหม (๒๑) การผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยผ้าไหม เส้นไหม หรือ รังไหม หมวด ๓ การประกอบธุรกิจทางพาณิชยกรรม (๑) การค้าปลีกสินค้าทุกชนิดนอกจากที่ระบุไว้ในบัญชี ค. (๒) การค้าสินแร่ นอกจากที่ระบุไว้ในบัญชี ค. (๓) การขายอาหารหรือเครื่องดื่มทุกชนิด นอกจากที่ ระบุไว้ในบัญชี ค. (๔) การค้าของเก่า วัตถุโบราณ หรือศิลปวัตถุ หมวด ๔ การประกอบธุรกิจบริการ (๑) นำเที่ยว (๒) กิจการโรงแรม เว้นแต่บริการจัดการโรงแรม (๓) ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ (๔) ถ่ายรูปล้างและอัดรูป (๕) ซักรีดเสื้อผ้า (๖) รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า หมวด ๕ การประกอบธุรกิจอื่น ๆ (๑) การขนส่งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศในประเทศ บัญชี ค. หมวด ๑ การประกอบธุรกิจทางพาณิชยกรรม (๑) การค้าส่งสินค้าทุกชนิดในประเทศ นอกจากที่ระบุ ไว้ในบัญชี ก. (๒) การค้าสินค้าส่งออกทุกชนิด (๓)การค้าปลีกสินค้าเครื่องจักร เครื่องกล และเครื่องมือ (๔) การขายอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นการส่งเสริมการ ท่องเที่ยว หมวด ๒ การประกอบธุรกิจทางอุตสาทกรรม และหัตถกรรม (๑) การผลิตอาหารสัตว์ (๒) การสกัดน้ำมันพืช (๓) การผลิตสิ่งถักทอ รวมทั้งการปั่นด้าย การย้อมสี และการพิมพ์ลวดลาย (๔)การผลิตภาชนะซึ่งทำด้วยแก้วรวมทั้งหลอดไฟฟ้า (๕) การผลิตถ้วยชามจาน (๖) การผลิตกระดาษเขียนและกระดาษพิมพ์ (๗) การทำเกลือหิน (๘) การทำเหมือง หมวด ๓ การประกอบธุรกิจบริการ (๑) นอกจากที่ระบุไว้ในบัญชี ก. และบัญชี ข. หมวด ๔ การประกอบธุรกิจอื่น ๆ (๑) การก่อสร้างอย่างอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในบัญชี ก.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๗ คนต่างด้าวตามข้อ ๗ ทวิ ซึ่งประกอบธุรกิจใดอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ประกอบธุรกิจนั้นนั้นต่อไปได้จนกว่าจะมีประกาศของรัฐมนตรีตามข้อ ๗ ทวิ เมื่อมีประกาศของรัฐมนตรีตามข้อ ๗ ทวิแล้ว ในกรณีที่ธุรกิจซึ่งคนต่างด้าวดังกล่าวประกอบอยู่เป็นธุรกิจที่รัฐมนตรีได้ประกาศให้ประกอบได้ ให้ประกอบธุรกิจนั้นได้ต่อไปแต่ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศของรัฐมนตรีดังกล่าว มีผลใช้บังคับ ในกรณีที่ธุรกิจที่คนต่างด้าวดังกล่าวประกอบอยู่ นั้นมิใช่เป็นธุรกิจที่รัฐนตรีได้ประกาศให้ประกอบได้ ให้ประกอบธุรกิจนั้นต่อไปได้อีกหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ เมื่อได้รับหนังสือรับรองจากอธิบดีแล้ว และธุรกิจนั้นมิใช่เป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชี ก. ท้ายประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ การขอหนังสือรับรองตามวรรคสอง ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องยื่นคำขอตามแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศของรัฐมนตรีตามข้อ ๗ ทวิ มีผลใช้บังคับ ถ้าผู้ประกอบธุรกิจมิได้ยื่นคำขอภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นไม่ประสงค์จะประกอบธุรกิจนั้นต่อไปนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว มาตรา ๘ คนต่างด้าวตามข้อ ๗ ทวิ ผู้ใด เข้าเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทใด อันเป็นการต้องห้ามตามข้อ ๗ ตรี อยู่แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นต่อไปได้นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องกำหนดการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความมั่นคงของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทนิยามคำว่า "คนต่างด้าว" ในข้อ ๓ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ที่กำหนดให้คนต่างด้าวหมายความรวมถึงนิติบุคคลที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นเป็นของคนต่างด้าวได้ก่อให้เกิดปัญหาในการพิจารณาทุนของนิติบุคคลว่าจะรวมถึงทุนของคนต่างด้าวในนิติบุคคลอื่นที่เข้าถือหุ้น เป็นหุ้นส่วน หรือเป็นสมาชิกด้วยหรือไม่ เพื่อมิให้เกิดปัญหาในการพิจารณาความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามดังกล่าวให้ชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ
พ.ศ. 2557
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ
ค้นต่อ