มาตรา 156
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 618/2547
คำร้องขอขยายระยะเวลาสาบานตัวในการดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยอ้างแต่เพียงว่า จำเลยไม่สามารถมาสาบานพร้อมขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา จึงขอขยายระยะเวลาในการสาบานตัวออกไป 45 วัน โดยไม่ปรากฏว่าเพราะเหตุใดจำเลยจึงไม่สามารถมาสาบานตัวได้ กรณีถือได้ว่าไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งขยายระยะเวลาให้ได้ ดังนั้น คำร้องขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย โดยจำเลยไม่ได้สาบานตัวให้คำชี้แจงว่า จำเลยไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล คำร้องดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคหนึ่ง
ฎีกาที่ 817/2491
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลย + คนสมคบกันเล่นการพะนันที่บ้านจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 - 3 เป็นเจ้ามือ จำเลยนอกนั้นเป็นคนแทง ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์หาว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนแทงด้วย
ฎีกาที่ 1131/2487
ฟ้องว่านางเซ่งอู้มอบเงินให้นายไล้ซื้อผ้า แล้วจำเลยปลอมหนังสือใจความว่าให้นายไล้มอบผ้าหรือเงินให้แก่จำเลย โดยมิได้ระบุว่าปลอมหนังสือของผู้ใดดังนี้ ถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
ฎีกาที่ 733/2480
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2480หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านแกล้งจับโจทก์ไปกักขัง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนาแกล้งจับโจทก์จึงให้ยกฟ้อง โจทก์จะฎีกาอ้างว่าจำเลยไม่มีอำนาจที่จะจับโจทก์ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ในภายหลังมิได้ ในคดีอาญาที่ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านได้บุกรุกขึ้นไปบนเรือนโจทก์ แกล้งจับโจทก์ใส่กุญแจมือและเตะโจทก์ แล้วเอาไปขังไว้ยังสถานีตำรวจ ๑ คืน โ