มาตรา 183
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1296/2539
ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นว่าผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาทั้งสองนายได้นั่งพิจารณาฟังประเด็นกลับและในวันนั้นจำเลยแถลงหมดพยานด้วยดังนั้นผู้พิพากษาศาลชั้นต้นทั้งสองนายดังกล่าวจึงเป็น ผู้นั่งพิจารณาคดีนี้แล้วและชอบที่จะพิพากษาคดีนี้ในศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา183โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ตาม พระราชบัญญัติ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อ จิต ประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6, 13, 13 ทวิ , 89, 106, 116ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบ เมทแอมเฟตามีน ของกลาง ที่ เหลือจาก การ ตร
ฎีกาที่ 5217/2538
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าไม่มีทางพิพาทซึ่งเท่ากับต่อสู้ถึงความกว้างของทางพิพาทด้วยศาลจึงต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่ามีทางพิพาทหรือไม่ถ้ามีกว้างเท่าใดแม้จะไม่ได้กำหนดประเด็นว่าทางพิพาทกว้างเท่าใดเป็นประเด็นพิพาทไว้ก็ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงความกว้างของทางพิพาทจึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น
ฎีกาที่ 1622/2506
เมื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คณะหนึ่งได้นั่งฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาของคู่ความครั้งหนึ่งแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ยังมีอำนาจนัดฟังคำแถลงการณ์ใหม่ เพื่อแก้ข้อขัดข้องในการดำเนินกระบวนพิจารณาได้ เมื่อได้นัดใหม่แล้วคู่ความมิได้มาแถลง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คณะใหม่ก็ชอบที่จะปรึกษาและตัดสินคดีไปได้ ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 183
ฎีกาที่ 99/2504
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นั่งฟังแถลงการณ์ 3 นาย แล้วลงชื่อพิพากษา 2 นาย กับมีผู้พิพากษาที่มีได้นั่งฟังแถลงการณืและมิใช่อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ร่วมลงชื่อด้วยอีก 1 นายทำให้คำพิพากษานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ชอบที่ศาลฎีกาจะยกเสียและให้พิพากษาใหม่ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 29/2503 และอ้างฎีกาที่ 1205/2473ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำผิดฐานมีไม่สักซึ่งยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ได้ทำผิด ศาลอุทธรณ์นั่งฟังคำแถลงการณ์โดยผู้พิพากษา ๓ นาย
ฎีกาที่ 1238/2498
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องการให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกา แต่ส่งสำเนาให้จำเลยไม่ได้ จึงส่งสำนวนมายังศาลฎีกา เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาโจทก์ต้องห้ามตาม ก.ม.ศาลฎีกาจะพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์เสียเลยก็ได้