มาตรา 235
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 2878/2544
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำและใช้อาวุธมีดปลายแหลมขู่เข็ญ ผู้เสียหายว่าทันใดนั้นจะใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายหากผู้เสียหายขัดขืน แสดงว่าจำเลยมีอาวุธมีดและยังไม่ได้แทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ดังนั้น ที่ผู้เสียหายเบิกความว่า ถูกของแหลมยาวประมาณ 6 ถึง 7 นิ้ว ไม่ทราบว่าเป็นวัตถุชนิดใด ทิ่มแทงที่ชายโครง 2 ครั้ง โดยไม่ปรากฏบาดแผลและอาวุธที่ใช้ทิ่มแทงเป็นของกลาง จึงรับฟังไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริง รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย ลำพังแต่คำรับของจำเลยในชั้น
ฎีกาที่ 3674/2532
ในการพิจารณา คดีอาญา โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิด การที่โจทก์ไม่ได้อาวุธปืนที่จำเลยที่ 1 ใช้ขู่ชิงทรัพย์ผู้เสียหายมาเป็นของกลาง และไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอาวุธปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขทะเบียน คงได้ความจากจำเลยที่ 1เพียงว่าไม่เคยได้รับอนุญาตจากราชการให้มีและพกพาอาวุธปืนเท่านั้น ดังนี้จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตไม่ได้ความผิดฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาต คงได้ความจากคำ
ฎีกาที่ 540/2504
ฟ้องว่าเล่นการพนัน โจทก์ไม่มีหลักฐานอย่างใด นอกจากคำรับของจำเลยในชั้นสอบสวน ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธแต่เมื่อจำเลยเบิกความเป็นพยานอ้างตนเอง ได้เบิกความตอบคำซักค้านของโจทก์ว่า ได้เล่นการพนันจริงดังนี้ไม่พอฟังลงโทษจำเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้ความว่า จำเลยเป็นเจ้ามือการพนันสลากกินรวบ วันที่ 15 ธันวาคม 2501 เจ้าพนักงานตำรวจจึงไปตรวจค้นบ้านจำเลยไม่ได้ของกลางอย่างใดเลย แต่ก็จับจำเลยไปทำการสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่า เป็นเจ้ามือสลากกินรวบมา 2 ปีแล้วเพิ่งเลิกเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 25
ฎีกาที่ 344/2491
ในฟ้องโจทก์และคำให้การของจำเลยไม่มีปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษมาแล้วหรือไม่ ต่อเมื่อจำเลยเบิกความเป็นพะยานตนเอง จำเลยเบิกความว่าเคยต้องโทษมาแล้ว เช่นนี้ศาลย่อมฟังว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้วคดีจึงรอการลงอาญาจำเลยไม่ได้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกนายทับ ๓ เดือน ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๕๔ จำคุกนายหีด ๒ ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. ๒๕๖ ลดฐานรับสารภาพตาม ก.ม. ลักษณะอาญา ม. ๕๙ คงจำคุกนายทับ ๔๕ วัน จำคุกนายหีด ๑ ปี แต่ให้รอการลงอาญาไว้ ตาม ม.๔๑, ๔๒ อัยยการโจทก์ฎีกามิให้รอการลงอาญาจำเลย เพราะปรากฏว่าจำเ
ฎีกาที่ 37/2488
โจทก์ยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องขอเพิ่มโทษจำเลยในเวลาได ๆ ก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ โจทก์ขอเพิ่มโทษแต่จำเลยไม่ได้ให้การ เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว ศาลก็มีอำนาจสอบถามคำให้การเรื่องเคยต้องโทษได้.