มาตรา 247
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 874/2537
จำเลยลงชื่อเป็นผู้ฎีกาเอง ส่วนผู้เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกานั้นเป็นบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ทนายความและไม่ใช่ผู้ที่ได้รับยกเว้นให้เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกาให้จำเลยได้ตาม พระราชบัญญัติทนายความพ.ศ. 2528 มาตรา 33 ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่เกิดจากการกระทำอันไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ฎีกาที่ 20/2532
ผู้ร้องยื่นฎีกาโดยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แทนผู้คัดค้านตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกา แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาไว้ก็ถือว่าเป็นฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229ประกอบมาตรา 247.(ที่มา-ส่งเสริม)คดีนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่24 มิถุนายน 2520 ผู้ร้องได้สอบสวนลูกหนี้ได้ความว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2518 ลูกหนี้โดยนายชวาล ไพรพิรุณโรจน์ กรรมการผู้จัดการได้โอนขา
ฎีกาที่ 667/2532
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยผู้ต้องหาทั้งสามชั่วคราวระหว่างสอบสวน โดย ฉ. ผู้ประกันได้วางหลักประกันเป็นเงินสด 60,000 บาท และทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลชั้นต้นเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว ฉ. มาขอหลักประกันคืน ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คืนหลักประกันแก่ผู้ประกัน ดังนี้ พนักงานอัยการจะฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้ เพราะอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการเกี่ยวกับสัญญาประกันนั้นมีเฉพาะกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันแต่เมื่อความรับผิดตามสัญญาประกันของ ฉ. สิ้นสุดลงแล้ว อำนาจหน้าที่ขอ
ฎีกาที่ 1034/2493
ในคดีความผิดต่อส่วนตัวระหว่างฎีกาก่อนอ่านคำพิพากษาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์และขอถอนคำฟ้องไม่ขอเอาความแก่จำเลยต่อไป อัยการโจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน ศาลฎีกาย่อมอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 35 วรรคท้าย ให้จำหน่ายคดีและให้ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไปคดีนี้