มาตรา 52
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1954/2515
พนักงานสอบสวนเชิญจำเลยไปให้ถ้อยคำในฐานะพยานที่สถานีตำรวจโดยไม่ได้ออกหมายเรียก จำเลยยอมมาโดยดีและพนักงานสอบสวนบอกจำเลยว่าจะสอบสวนเป็นพยานย่อมหมายความว่าสั่งให้จำเลยให้ถ้อยคำ คำสั่งของพนักงานสอบสวนเช่นนี้จึงเป็นคำบังคับตามกฎหมายให้จำเลยให้ถ้อยคำ เมื่อจำเลยขัดขืนคำบังคับดังกล่าว ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 169 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 21/2515)
ฎีกาที่ 971/2491
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องเพราะโจทก์มิได้ส่งตัวจำเลยพร้อมกับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์และส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ เพราะปัญหาในชั้นนี้มีเพียงว่า ศาลควรจะรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาหรือไม่ ยังไม่เกี่ยวถึงตัวจำเลย เพราะยังไม่ได้เรียกตัวจำเลยเข้ามาเป็นคู่คดี
ฎีกาที่ 748/2489
คดีอาญา โจทก์จะยื่นฟ้องขอให้ศาลออกหมายจับตัวจำเลยมาพิจารณาเพื่อกันมิให้คดีขาดอายุความนั้นไม่ได้ เป็นการขัดความประสงค์ของกฎหมายในเรื่องอายุความ ล่วงเลยในการฟ้องคดีอาญาคดีนี้
ฎีกาที่ 1140/2481
ฟ้องหาขัดหมายเรียกเจ้าพนักงานสอบสวนไม่มีผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เพราะการหมายเรียกนั้น มีการโทษคือออกหมายจับแล้ว กฎหมายอาญา ม.334 (2) บอกเลิกไปบางส่วนโดยประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.66เดิมจำเลยขัดหมายเรียกของนายอำเภอในเรื่องค้างเงินรัชชูปการ พนักงานสอบสวนประจำสถานีตำรวจจึงออกหมายเรียกตัวจำเลยเพื่อทำการสอบสวนในเรื่องขัดหมายของนายอำเภอ จำเลยหาได้ไปตามหมายเรียกนั้นอีกไม่ โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมาย อาญา ม.๓๓๔ ข้อ ๒ ศาลฎีกาตัดสินว่าตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๖๖ เมื่อผู้ต