มาตรา 72
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 433/2502
ศาลพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปีและให้ส่งตัวไปกักกันอีก 3 ปี คดีถึงที่สุดก่อนใช้ พ.ร.บ. ล้างมลทินและประมวลกฎหมายอาญา เมื่อจำเลยถูกจำคุกครบ 1 ปีแล้ว ระหว่างที่จำเลยถูกกักกันอยู่ มีพ.ร.บ. ล้างมลทินฯ และประมวลกฎหมายอาญา ประกาศใช้บังคับ เมื่อความผิดของจำเลยที่ต้องคำพิพากษามาแล้วนั้น เข้าเกณฑ์ที่ศาลอาจพิพากษาให้กักกันได้ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 41 โทษกักกันที่จำเลยได้รับอยู่จึงเปลี่ยนลักษณะมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 15 วรรคแรกแม้ตามประมวลกฎหมายอาญาไม่ถือว่ากักกันเป็นโทษ หากเป็นแต่เพีย
ฎีกาที่ 819/2483
การที่โจทก์ขอแก้สถานที่ซึ่งจำเลยกระทำผิดในฟ้องใน+ที่โจทก์สืบพะยานไปยัง+ปากดังนี้ ถือว่าเป็นการขอแก้รายละเอียด+เมื่อไม่เป็นเหตุให้จำเลย+สู้คดีโจทก์ขอแก้ได้ อ้างฎีกาที่ 621/2483
ฎีกาที่ 1087/2479
จำเลยต้องคำพิพากษาให้ปรับแต่ไม่ชำระค่าปรับศาลจึงออกหมายแจ้งโทษให้จำแทนไว้ ระหว่างนั้นปรากฎว่าจำเลยมีทรัพย์พอจะยึดขายเอาเงินใช้ค่าปรับได้ดังนี้ เมื่อโจทก์ร้องขอศาลมีอำนาจสั่งปล่อยจำเลยไปและจัดการยึดทรัพย์ของจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินใช้ค่าปรับได้ การฎีกาในข้อกฎหมายนั้นไม่ต้องอ้างตัวบทกฎหมายสนับสนุนก็เป็นฎีกาที่รับไว้พิจารณาได้คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ปรับจำเลย ๓๒๐ บาท ฐานมีสุราเถื่อน ถ้าไม่ใช้ให้จำแทน ๘ เดือน คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ใช้ค่าปรับศาลจึงออกหมายแดงแจ้งโทษให้จำแทนครั้นต่อม