มาตรา 203
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 682/2490
โจทก์บรรยายฟ้องว่า"ฯลฯ จำเลยมีธนบัตรไว้ในครอบครอง ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นธนบัตรปลอม และจำเลยใช้ธนบัตรปลอมรายนี้ชำระหนี้แก่ อ. เจ้าพนักงานจับธนบัตรใบละร้อยบาท 1 ฉบับ ชนิด 20 บาท 1 ฉบับได้" เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม มาตรา 158(5) แล้ว
ฎีกาที่ 552/2485
การนำวัตถุอื่นอันเป็นโลหะธาตุที่เลวกว่าเงินมาทำปลอมสตางค์ชนิดที่เป็นเหรียญเงิน ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เข้าอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายอาญามาตรา 208.คดีนี้
ฎีกาที่ 267/2483
การทำเงินเหรียญและสตางค์ปลอมสำเร็จเป็นรูปแล้ว แม้มิได้จำหน่ายก็เป็นผิดตามมาตรา 203 ข้อ 1 หาใช่จะผิดเพียงฐานพยายามไม่ได้ความว่า จำเลยมีเครื่องมือทำสตางค์ปลอม ได้ทำสตางค์สิบสตางค์ห้าและเงินเหรียญสลึงปลอมสำเร็จเป็นรูป แต่ยังมิได้จำหน่ายโจทก์จึงฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๐๓ - ๒๐๓ - ๕๙ จำคุก ๗ ปี จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นแต่เพียงพยายามเท่านั้น เพราะจำเลยมิได้จำหน่ายด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยทำเหรียญสลึงและสตางค์แลอมสำเร็จรูปนั้นเป็นผิดตามมาตรา ๒๐
ฎีกาที่ 21/2483
คดีที่ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงไปคนละอย่างนั้น ฎีกาในข้อเท็จจริงได้โจทก์ ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้สาตราวุธแทงและทุบตีสุนัขของนางพริ้งตาย โดยมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๔ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขที่ดุ เคยกัดบุคคลอื่นมาแล้ว ตามวันเวลาที่โจทก์หาสุนัขตัวนี้จะกัดจำเลย ๆ จึงตีเอา เป็นการป้องกันตัวโดยสมควรแก่เหตุจึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าสุนัขนี้เป็นของโจทก์ ๆ ไม่มีสิทธิจะฟ้องร้อง จึงพิพา
ฎีกาที่ 640/2482
เมื่อปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อนและโจทก์ขอให้เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบมาในฟ้องด้วย ดังนี้ ศาลจะไม่เพิ่มโทษจำเลยเพราะจำเลยรับสารภาพมิได้