มาตรา 292
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 34/2499
การที่จำเลยเก็บผักสะตอในที่ซึ่งผู้เสียหายและจำเลยยังเถียงกรรมสิทธิ์ในเรื่องที่ดินและต้นสะตอรายนี้อยู่นั้นย่อมฟังไม่ได้ว่าจำเลยเก็บสะตอไปโดยการทุจริตอันเป็นผิดฐานลักทรัพย์.คดีนี้
ฎีกาที่ 233/2486
โจทฟ้องกล่าวว่าจำเลยลักตัดไม้ไผ่ขาดจากกอ ย่อมไม่หมายถึงการที่จำเลยตัดไม้โดยเจตนาลักไม้หรือลักไม้โดยวิธีตัดขาดจากกอ ไม่นับว่าเปนฟ้องถานลักทรัพย์โจทฟ้องขอให้ลงโทสจำเลยตามกดหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓ ถานบังอาดสมคบกันลักตัดไม้ไผ่สิสุกของนางเซียงขาดจากกอ ๑ ลำ ราคา ๕๐ ส.ต. สาลชั้นต้นสอบโจทตามฟ้อง โจทยืนยันไม่แก้ไขสาลจึงเห็นว่าคำฟ้องไม่ปรากดว่าจำเลยลักทรัพย์ได้ความเพียงว่าจำเลยลอบตัดไม้ไผ่ขาดจากกอ ซึ่งเปนเรื่องทำไห้เสียทรัพย์ ขาดองค์ที่เปนความผิดถานลักทรัพย์ตามขอ จึงพิพากสายกฟ้อง โจทอุธรน์ สาลอุธรน์คงพิพา
ฎีกาที่ 376/2483
กล่าวในฟ้องว่า จำเลยลักเก็บมะม่วงของวัดซึ่งขึ้นอยุ่ในวัด และ จำเลยก็รับว่า ทำผิดจริงตามฟ้องดังนี้เป็นผิดตาม ม. 288 ไม่ใช่ ม. 292, เมื่อโทษที่ จำเลยได้รับครั้งหลังเพียงแต่ปรับสถานเดียวแล้ว จะยกเอาอาญาที่รอไว้มาลงไม่ได้
ฎีกาที่ 544/2480
ไพ่ต่อแต้ม ในคดีผิดพระราชบัญญัติการพะนันศาลจะบังคับให้จำเลยใช้ค่าสินบนนำจับต่อเมื่อปรากฎว่ามีผู้นำจับ เพียงแต่ผู้ไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่ามีคนลักเล่นการพะนันกันที่นั่นที่นี่ไม่เรียกว่ามีผู้นำจับ ในคดีที่ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ หากศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีคำพะยานหลักฐานในท้องสำนวนแล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้ คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นปรับจำเลย 30 บาทศาลอุทธรณ์แก้ให้จำเลยใช้ค่าสินบนนำจับอีก 1 ใน 4 ของค่าปรับด้วย ดังนี้ คู่ความฎีกาได้ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมายจำเลยลักเล่นการพะนันไพ่ต่อแ
ฎีกาที่ 1308/2480
เคยต้องโทษจำคุก 2 ครั้ง มาแล้ว 10 ปี มากระทำผิดฐานลักเก็บผลไม้ตาม กฎหมายอาญา ม. 292 เหตุร้ายเป็นครั้งที่ 3 ศาลเพิ่มโทษกักกันจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาแล้ว ๒ ครั้งในครั้งนี้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกอีก ๑ เดือนตามมาตรา ๒๙๒ เรื่องลักหมากดิบราคา ๔๓ สตางค์ ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาต้องกันให้ส่งตัวจำเลยไปกักกันตาม พระราชบัญญัติแต่มีผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์นายหนึ่งทำความเห็นแย้งและรับรองฎีกา จำเลย ศาลฎีกาตัดสินว่า กฎหมายเรื่องนี้บัญญัติไว้ชัดแจ้งแล้วว่า ผู้ที่เคยต้องจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง หากมากรกะท