มาตรา 48
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 288/2530
แม้จะไม่ปรากฏว่าได้มีการส่งตัวจำเลยไปให้จิตแพทย์ตรวจและลงความเห็น แต่พฤติการณ์ของจำเลยแสดงให้เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำของผู้ที่มีจิตบกพร่อง และได้กระทำไปขณะที่จำเลยไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะจิตบกพร่องหรือจิตฟั่นเฟือนแม้การที่จำเลยมีจิตบกพร่องหรือจิตฟั่นเฟือนนั้นจะไม่เป็นอยู่ตลอดเวลาจำเลยก็ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65.(ที่มา-เนติ)
ฎีกาที่ 789/2485
จำเลยไปชวนผู้เสียหายซึ่งโดยเป็นภริยา แต่มิได้จดทะเบียน แล้วหลบหนีจำเลยไปเป็นหญิงนครโสเภณีให้+ ผู้เสียหายไม่กลับเกิดทุ่มเถียงกัน จำเลยจึงยิงเอาบาดเจ็บสาหัสไม่ใช่เป็นเรืองที่จำเลยถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม, จำเลยเสพสุราเข้าไปเองแล้วไปกระทำผิด หามีใคร+ข่มขืนใจให้จำเลยจำต้องเสพหรือจำเลยมิได้รู้ว่าเป็นสุรายาเมาแต่อย่างใด ก็ไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายอาณา ม.48ได้ความว่าจำเลยกับผู้เสียหายเป็นสามีภริยากัน แต่มิได้จดทะเบียนสมรส ต่อมาผู้เสียหายหลบหนีจำเลยไปเป็นหญิงนครโสเภณี จำเลยไปชวนใ
ฎีกาที่ 249/2472
ศาลเดิมวาง ม.250,60 จำคุก 12 ปี ศาลอุทธรณวาง ม.256,59 จำคุก 2 ปี แก้มาก ฎีกาได้ เมาสุราเปนข้อแก้ตัวได้เพียงไรคดีนี้ศาลเดิมลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๐ ๖๐-๕๙ ให้จำคุกจำเลย ๑๒ ปี ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๖ ข้อ ๘ แล ม.๕๙ ให้จำคุก ๒ ปี คู่ความจะฎีกาได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาได้ เพราะศาลอุทธรณ์แก้ไขศาลล่างมาก แลทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเมาสุราเดินโซเซถือมีพ ๑ เล่ม จะประจวบกับเวลาที่ ป.พูดว่ากระบือของ ป.จะไปขวิดกับกระบือของ ก.จำเลยเข้าใจผิดคิดว่า ก.ป.ด่าจำเลย ๆ เอามีดฟันกระบือของ ก. ๑ ที ก.ร้องว่าฟันกระบ