มาตรา 1376
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 542/2536
กรมชลประทานจำเลยรังวัดกั้นเขตชลประทานไว้ตามประกาศกระแสร์พระบรมราชโองการ เรื่อง ขยายการหวงห้ามและจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างการทดน้ำไขน้ำบริเวณเชียงรากน้อยและบางเหี้ยพ.ศ. 2467 จำเลยยังไม่ได้จ่ายค่าทดแทนที่พิพาทในสำนวนแรกแต่หลังจากมีการรังวัดกันเขตการชลประทานแล้ว ผ.เจ้าของเดิมก็ไม่ได้ครอบครองทำกิน โดยจำเลยได้ครอบครองดูแลไม่ให้ใครมารุกล้ำตลอดมา ส่วนโจทก์เพิ่งจะเข้าทำกินในปี 2519 ถือได้ว่าผ. ได้สละการครอบครองที่พิพาทสำนวนแรกหลังจากมีการรังวัดกันเขตชลประทานเป็นต้นมา และจำเลยก็ได้ครอบครองดูแลที่ดินในแนวเ
ฎีกาที่ 1442/2520
รถยนต์ยี่ห้อดัทสันกะบะขนาด 1300 ซีซี ของโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างก็ถูกคนร้ายลักไป โจทก์แจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา จำเลยที่ 1 แจ้งความไว้กับจำเลยที่ 2 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งจำเลยที่ 3 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลจับคนร้ายลักรถยนต์ได้ ได้รถยนต์ของกลางซึ่งตัวถังเป็นของโจทก์แต่ถูกพ่นสีเปลี่ยนไปจากสีเดิม สารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบุบผารามพิจารณาแล้วเชื่อว่าเป็นรถคันที่หายที่ได้แจ้งความไว้ที่สถานที่ตำรวจท่าเรือกรุงเทพ
ฎีกาที่ 404/2518
นาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าของ ม. มี ส.ค.1 โจทก์ซื้อนาพิพาทจาก ม. และครอบครองตลอดมา ม. ตาย จำเลยที่1 ซึ่งเป็นบุตร ม. ให้อำเภอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) เป็นของจำเลยที่ 1 ดังนี้ เป็นการออก น.ส.3 ทับที่ดินของโจทก์ โจทก์ขอให้เพิกถอนเสียได้ กรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เข้าแย่งการครอบครองนาพิพาททั้งมิใช่เกี่ยวกับการเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกอันจะปรับเข้าเรื่องอายุความมรดก ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2518นายยี่ ไกรเมทโจทก์นางสาวชู นาคคง กับ
ฎีกาที่ 111/2511
ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ผู้ขายมอบที่ดินให้ผู้ซื้อครอบครอง ผู้ซื้อได้ลงทุนทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว ต่อมาผู้ขายไม่สามารถโอนขายที่ดินให้ผู้ซื้อได้ เมื่อผู้ซื้อต้องส่งมอบที่ดินคืนผู้ขาย กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1376 ซึ่งให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้ ผู้ซื้อจึงเป็นเจ้าหนี้เรียกร้องเอาค่าใช้จ่ายดังกล่าวในฐานะที่เป็นลาภมิควรได้จาก (ผู้ขาย) จำเลยได้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อคนใหม่ ได้จ่ายเงินค่าที่ดินและค่าใช้จ่ายในการทำที่ดินให้เป็นที่สวนให้แก่ผู้ซื้อ จึงเป็นการที่โจทก์ผู้มีส่ว
ฎีกาที่ 1270/2503
ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนไม่ใช่เป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เป็นแต่เพียงเอกสารซึ่งแสดงว่า ผู้มีชื่อในใบอนุญาตเป็นผู้ครอบครองและใช้อาวุธปืน โดยได้รับอนุญาตเป็นผู้ครอบครองและใช้อาวุธปืนโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานแล้วเท่านั้น ส่วนผู้มีกรรมสิทธิ์ในปืนนั้น อาจเป็นบุคคลอื่นได้ได้ความว่า อาวุธปืนพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของพระภิกษุประทุซึ่งถึงแก่มรณภาพไปแล้ว โดยจำเลยที่ ๑ จัดการซื้อให้พระภิกษุประทุมจัดการขอให้มีและใช้อาวุธปืนโดยตนเองไม่ได้ จึงให้โจทก์เป็นผู้ขออนุญาตแทน ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนจึงมีชื่อโจท