มาตรา 1418
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 2297/2541
โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ ท.ต่อมา ท. ในฐานะผู้ทรงสิทธิเก็บกินทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนดเวลา 30 ปี โดยมีการทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาเช่าย่อมีผลผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท แม้ในระหว่างอายุสัญญาเช่า ท. จะถึงแก่ความตายซึ่งเป็นผลให้สิทธิเก็บกินสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1418 วรรคสุดท้าย แต่ก็ไม่กระทบถึงสิทธิของจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และหามีผลทำให้สัญญาเช่าดังก
ฎีกาที่ 1548/2503
ตั้งแต่จำเลยจดทะเบียนสิทธิเก็บกินสวนพิพาทให้โจทก์ตลอดชีวิต โจทก์ ไม่เคยเข้าครอบครองและไม่เคยให้สิทธิเก็บกินเลยตลอดมา เป็นเวลา 7 - 8 ปี แล้ว โจทก์ก็ยังฟ้องขอให้บังคับจำเลยตามสิทธินี้ได้ คดีเช่นนี้มีอายุความฟ้องร้อง 10 ปี ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 ไม่ใช่อายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1374, 1375 หรือ 1428ตามฟ้อง คำให้การที่คู่ความแถลงรับกันได้ความว่า จำเลยได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินสวนพิพาทให้โจทก์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๓ และโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองและไม่เคยใช้สิทธิเก็บกินในที่สวนแปลงพิพาทเลยนับแต่วันจ
ฎีกาที่ 807/2503
การที่โจทก์ยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกที่จำเลยเช่าให้แก่บุตรในภายหลัง โดยโจทก์ยังสงวนสิทธิ์เก็บกินไว้ต่อไปจนตลอดชีวิต ผู้ทรงสิทธิเก็บกินเช่นโจทก์นี้ ตามกฎหมายย่อมมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งที่ดินและตึกนั้นได้แต่ผู้เดียว เจ้าของกรรมสิทธิ์หามีสิทธิเช่นว่านี้ด้วยไม่ในระหว่างมีสิทธิเก็บกินยังไม่สิ้นไป โจทก์จึงมีสิทธิจะตัดให้เช่าตึกหลังนี้ เพื่อเก็บเอาประโยชน์จากการเช่าได้
ฎีกาที่ 1013/2485
ผู้ทำสัญญายินยอมไห้จำเลยโอนกัมสิทธิไนที่ดินแต่ไนสัญญานั้นมิได้มีเงื่อนไขระบุไห้โจทมีสิทธิ์เก็บกินไนที่ดินนั้นย่อมถือได้ว่าโจทไม่มีการได้มาซึ่งทรัพย์สิทธินั้นโดยบริบูรน์ ,สิทธิเก็บกินย่อมเปนทรัพย์สิทธิอันจะต้องจดทเบียนตามกดหมายโจทฟ้องขอไห้สาลบังคับจำเลยส่งโฉนด ๒ แปลงไห้โจทรักสาไว้เพื่อทำกิน หย่าไห้จำเลยขัดขวางไนการที่โจทจัดการหารประโยชน์ทำกินไนที่ดินรายนี้ต่อไป กัมขอไห้ห้ามมิไห้จำเลยขายทั้งนี้ก็โดยมีข้อสัญญาตกลงกันว่า เมื่อโจทโอนกัมสิทธิ์ไห้แก่จำเลยแล้ว ต้องยอมไห้โจททำกินไปตลอดชีพ และจะต้องไม่โอน