มาตรา 1505
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 2791/2515
สามีฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชายชู้โดยไม่ได้ฟ้องขอหย่าภรรยากรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1505 วรรคแรก แต่สามีมีสิทธิตามวรรคสองของมาตราเดียวกันนี้ฟ้องเรียกค่าทดแทนได้ การล่วงเกินในทำนองชู้สาวมีความหมายรวมถึงการทำชู้ด้วย
ฎีกาที่ 1113/2514
กรณีที่ภริยามีชู้หรือมีผู้ล่วงเกินภริยาในทำนองชู้สาว อันเป็นการกระทบกระเทือนไปถึงสิทธิของสามีนั้น มีมาตรา 1505 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นบทที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะให้สามีมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากภริยาและชู้หรือผู้ที่ล่วงเกินนั้นได้สามีจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินภริยาของตนในทางชู้สาว โดยอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิของสามีตามมาตรา 420 ไม่ได้ ฟ้องหาว่าจำเลยล่วงเกินภริยาของโจทก์ในทางชู้สาวโดยกอดจูบและร่วมประเวณีแต่ได้ความว่าต่อมาโจทก์กับภริยาได้สมัครใจจดทะเบียนหย่ากันเองเสียแล
ฎีกาที่ 339/2509
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1505 วรรค 1 บัญญัติถึงกรณีที่ภริยาทำชู้กับผู้อื่น สามีจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากภริยาและชู้ได้ต่อเมื่อได้มีคำพิพากษาของศาลให้สามีภริยานั้นหย่ากันเสียก่อน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1505 วรรค 2 บัญญัติถึงกรณีสามีมีสิทธิจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวได้ อันมิใช่เรื่องภริยามีชู้ แต่เป็นเรื่องภริยาถูกล่วงเกินโดยไม่สมัครใจ ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นต้องให้ศาลพิพากษาให้สามีภริยาหย่ากันเสียก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ข่มขืนชำเราภริยาโจทก์โ
ฎีกาที่ 734/2489
กฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ 10 ซึ่งให้ริบทรัพย์ในกรณีที่ภรรยามีชู้นั้นเป็นอาญาสินไหม แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่มีบทให้ริบทรัพย์จึงถือว่าถูกยกเลิกโดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หญิงมีชู้สามีฟ้องเรียกค่าทดแทนจากภรรยาและชู้ได้หมายเหตุ ภรรยาได้ฟ้องหย่าและขอแบ่งทรัพย์ไว้ก่อนแล้วและได้ทำยอมต่อศาลยอมหย่าและแบ่งทรัพย์กัน เมื่อวันที่12 มิถุนายน 2487 โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2487คดีนี้
ฎีกาที่ 613/2484
คดีขายขู้ไม่ใช่คดีที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง + จำเลยโดยเพิ่มวันทำขึ้นอีกจากที่กล่าวในฟ้องเดิมต้องถือว่าเป็นการตั้งประเด็นขึ้นใหม่ ศาลไม่รับพิจารณาเพราะไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน. โจทก์ยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องจำเลยแถลงคัดค้านแล้วภายหลังทำคำให้การแก้เรียกไม่ได้ว่าจำเลยได้ดำเนินการขึ้นใหม่หรือให้สัตยาบันแต่อย่างใด