ทนอย.Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 16

ชุดหลัก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 16 การนับอายุของบุคคล ให้เริ่มนับแต่วันเกิด ในกรณีที่รู้ว่าเกิดในเดือนใดแต่ไม่รู้วันเกิด ให้นับวันที่หนึ่งแห่งเดือนนั้นเป็นวันเกิด แต่ถ้าพ้นวิสัยที่จะหยั่งรู้เดือนและวันเกิดของบุคคลใด ให้นับอายุบุคคลนั้นตั้งแต่วันต้นปีปฏิทิน ซึ่งเป็นปีที่บุคคลนั้นเกิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1245/2559

พ.ศ. 2559

ป.พ.พ. บรรพ 1 (เดิม) ไม่ได้บัญญัติวิธีการนับอายุของบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องนับอายุตามเกณฑ์ในมาตรา 158 (เดิม) คือไม่นับวันแรกที่เป็นวันเกิดรวมเข้าด้วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2509 กำหนดวิธีนับอายุบุคคลเป็นไปตาม ป.พ.พ. ที่บังคับใช้ในขณะนั้นและจำเลยที่ 1 ปฏิบัติตาม ต่อมา พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 1 แห่ง ป.พ.พ. ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2535 มาตรา 3 ให้แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. บรรพ 1 และบรรพ 3 โดย (3) ให้ใช้บทบัญญัติท้าย พ.ร.บ.นี้เป็นบรรพ 1 แห่ง ป.พ.พ. ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มีผลบังคั

ฎีกาที่ 7841/2552

พ.ศ. 2552

มาตรา 16 ป.พ.พ. บัญญัติว่า การนับอายุของบุคคลให้เริ่มนับแต่วันเกิด ผู้เสียหายที่ 1 เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2532 จึงต้องนับอายุตั้งแต่วันเกิด คือนับตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2532 เป็นหนึ่งวันเต็ม ผู้เสียหายที่ 1 จึงมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2547 ตามนัย ป.พ.พ. มาตรา 193/5 คดีได้ความว่าเหตุเกิดวันที่ 5 มีนาคม 2547 เวลาประมาณ 2 นาฬิกา ดังนั้น ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 จึงมีอายุเกินกว่า 15 ปีบริบูรณ์แล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงขาดองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 227 จำเลยที่

ฎีกาที่ 623/2519

พ.ศ. 2519

โจทก์ที่ 4 เกิดเมื่อ พ.ศ. 2495 เมื่อไม่ปรากฏว่าเกิดวันใด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 16 บัญญัติให้นับอายุตั้งแต่วันต้นแห่งปีปฏิทินหลวงซึ่งเป็นปีที่เกิด จึงต้องถือว่าโจทก์ที่ 4 เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2495 เมื่อนับถึงวันเกิดเหตุโจทก์ที่ 4 ยังเป็นผู้เยาว์ จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ต้องขาดไร้อุปการะ ขณะฟ้องคดี

ฎีกาที่ 1097/2493

พ.ศ. 2493

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยเป็นเด็กอายุยังไม่เต็ม 16 ปีบริบูรณ์โจทก์ฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองใช้วิธีนับอายุจำเลยยังไม่ถูก ต้องนำมาตรา 16 แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้จึงจะถูก ดังนี้ถือว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างว่าจำเลยมีอายุยังไม่เต็ม 16 ปีการที่จะลงโทษจำเลยในคดีอาญา ซึ่งมีอายุ 16 ปีศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานมาแล้วว่า ต้องนับอายุ16 ปีบริบูรณ์ตามนัยฎีกาที่ 1738/2492 จะนับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 16 หาได้ไม่

ฎีกาที่ 50/2489

พ.ศ. 2489

สำเนาหนังสือของ สิบตรี ว. ผู้ตาย มีข้อความว่าสิบตรีว. ได้ไปราชการทหารได้ทำใบมอบฉันทะให้ย.และ ถ. เป็นผู้ปกครองบุตรและขอให้ช่วยจัดการให้ได้เข้าเรียนจนกว่าจะกลับจากราชการ และในระหว่างรับราชการนั้นหากเขาถึงแก่กรรมก็มอบให้คนทั้งสองรับเงินเดือนแทน ถ้ามีชีวิตอยู่จะรับเองขอให้คนทั้งสองนั้นช่วยปกครองบุตรแทนด้วยและว่าส่วนเงินเดือนนั้นหากว่าเขาถึงแก่กรรมจึงไปรับแทนสุดแต่ทางการจะมอบแก่คนใดคนหนึ่งก็ได้เพราะเป็นที่ไว้ใจ ถือว่าข้อความตามหนังสือดังกล่าวมีลักษณะเป็นพินัยกรรมและเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเองศาลอุทธรณ์ม

ค้นต่อ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 16 · ทนอย Thanoy