มาตรา 1750
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 4746/2568
หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ก. แล้ว รับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทของ ก. มาเป็นของจำเลยเอง ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด อันเป็นการแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบในการโอนที่ดินพิพาทของจำเลยมาตั้งแต่ต้น นอกจากนี้จำเลยก็ได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27018 ให้แก่โจทก์โดยไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านเช่นกัน อันเป็นการสอดคล้องกับการแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยการให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวเป็นสัดส่วน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง จึงรับฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ย
ฎีกาที่ 4273/2568
แม้ ฮ.ผู้เป็นบิดามีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับทรัพย์มรดกของ ล. ผู้เป็นมารดา โดยเคยบอกแก่โจทก์ว่า จำเลยที่ 1 จะรอรับทรัพย์มรดกของ ฮ. ก็ตาม แต่ ฮ. ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ดังนั้น ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทุกคนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และมาตรา 1629 ประกอบกับมาตรา 1719 บัญญัติว่า "ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็น เพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโ
ฎีกาที่ 244/2567
คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ มีที่มาจากบันทึกข้อตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ก. ทำกับทายาทของ ก. เพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกของ ก. ให้แก่ทายาท โดยตกลงให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 8235 (เลขที่ 96870) ให้แก่โจทก์ จึงเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดก อันมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคสอง โจทก์และจำเลยที่ 1 ต้องผูกพันตามข้อตกลงในสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดกดังกล่าว จำเลยที่ 1 ในฐานะ
ฎีกาที่ 638/2567
ผู้ร้องที่ 1 เป็นมารดาจำเลย ส่วนผู้ร้องที่ 2 เป็นพี่ชายจำเลยไม่ปรากฏว่าในการแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น ผู้ร้องทั้งสองกับจำเลยมีเหตุโกรธเคืองหรือทะเลาะกันมาก่อน ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องทั้งสองได้รับทรัพย์มรดกอื่นใดของผู้ตายไปจนเป็นที่พอใจแล้ว ลำพังเพียงผู้ร้องทั้งสองไม่ได้คัดค้านการโอนที่ดินนั้นไม่ได้หมายความว่าผู้ร้องทั้งสองยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ประกอบกับเมื่อที่ดินพิพาทยังติดจำนองอยู่ย่อมป็นเหตุให้การจัดการมรดกโดยแบ่งปันที่ดินอันมีภาระจำนองให้แก่ทายาททุกคนเป็นการไม่สะดวก ดังนั้น การที่ผู้ร้องทั้งสอ
ฎีกาที่ 2128/2567
ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น อาจทำได้โดยทายาทต่างเข้าครอบครองทรัพย์สินเป็นส่วนสัด หรือโดยการขายทรัพย์มรดกแล้วเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งปันกันระหว่างทายาท วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้าการแบ่งมิได้เป็นไปตามวรรคก่อน แต่ได้ทำโดยสัญญา จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ เว้นแต่จะมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใด ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ในกรณีเช่นนี้ให้นำมาตรา 850, 852 แห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยประนีประนอมยอมความมาใช้บังคับโดยอนุโลม เห็นว่า กา