มาตรา 247
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 8725/2563
คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตาม ป.อ. มาตรา 44/1 ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ดังนั้น สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนในคดีส่วนแพ่งต้องถือคดีส่วนอาญาเป็นหลัก หากคดีส่วนอาญาขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา คดีส่วนแพ่งก็ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา ฉะนั้น จำเลยจึงไม่จำต้องขออนุญาตฎีกาในคดีส่วนแพ่ง และการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญา และให้ส่งคำร้องขออนุญาตฎีกาในคดีส่วนแพ่งดังกล่าวมาให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งจ
ฎีกาที่ 2125/2551
คำร้องของจำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมายเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ต้องเสียหายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง การยื่นคำร้องของจำเลยที่ 1 จึงต้องกระทำก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสาม เมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 179 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2546 โดยให้งดการขายที่ดิ
ฎีกาที่ 664/2535
ในชั้นอุทธรณ์โจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเพียง5 ปี ในชั้นฎีกาโจทก์จะขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันกู้ถึงวันฟ้องซึ่งเป็นเวลาเกินกว่า 5 ปีหาได้ไม่.
ฎีกาที่ 2921/2522
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยเป็นฝ่ายฎีกา โจทก์มิได้ฎีกาแต่กล่าวมาในคำแก้ฎีกาว่าโจทก์มีสิทธิได้ดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี ศาลฎีกาจะพิพากษาเพิ่มดอกเบี้ยให้โจทก์หาได้ไม่ เพราะไม่มีคำขอและคำฟ้องฎีกา
ฎีกาที่ 892/2486
สัญญาค้ำประกันไม่จำต้องระบุสถานที่ทำและไม่ต้องมีชื่อพยานและผู้เขียน ค้ำประกันหนี้ไนอนาคตและไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ เจ้าหนี้ผ่อนไห้ลูกหนี้ชำระเปนงวด ๆ และไห้หาประกันมาไหม่อีกได้ไม่ทำไห้ผู้ค้ำประกันเดิมหลุดพ้น ข้อบังคับของบริสัทไห้อำนาดกัมการคนเดียวลงนามแทนบริสัทได้ ก็ย่อมมีอำนาดลงนามผู้เดียวมอบอำนาดไห้ผู้อื่นฟ้องความได้ตาม ม. 1144 ไม่เกี่ยวกับ ม. 801 ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวไนสาลล่าง จะยกขึ้นดีกาไม่ได้ คำแถลงไนสาลล่างนั้นไม่ถือว่าเปนประเด็นที่ยกขึ้นว่ากล่าวไนชั้นั้นเพราะคำแถลงเปนเพียงอธิบายประเด