มาตรา 43
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 5698/2541
จำเลยทั้งสองได้ย้ายไปจากบ้านเลขที่ 252 ไปมีภูมิลำเนา อยู่ที่อื่นแล้ว บ้านเลขที่ดังกล่าวจึงมิใช่ภูมิลำเนาของ จำเลยทั้งสอง โดยมิพักต้องคำนึงว่าจำเลยทั้งสองย้ายไป อยู่ที่อื่นด้วยเหตุผลใด และการที่ยังมีชื่อของจำเลยทั้งสอง ในทะเบียนบ้านดังกล่าวด้วยเหตุผลเพียงไม่ได้แจ้งย้ายชื่อ ออกไปเพียงอย่างเดียวย่อมไม่ทำให้บ้านหลังดังกล่าวยังคง เป็นภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสอง เหตุนี้การส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานของโจทก์ให้แก่จำเลยทั้งสองที่บ้านเลขที่ 252 จึงเป็นการไม่ชอบ และย่อมไม่มีทางที่จำเลยทั้งสอ
ฎีกาที่ 2476/2539
ตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่64/1หมู่ที่3แขวงบางแคเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานครมีจำเลยและบุตรอีก2คนพักอาศัยอยู่ด้วยแต่จำเลยแจ้งย้ายออกเพียง2คนโดยแจ้งว่าย้ายเข้าบ้านเลขที่30หมู่ที่1ตำบลท่าตุ้มอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนแต่มิได้ย้ายบุตรทั้งสองไปด้วยและแทนที่จะย้ายเข้าที่บ้านเลขที่30หมู่ที่1ตำบลท่าตุ้มอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนกลับย้ายเข้าที่บ้านเลขที่22หมู่1ตำบลท่าตุ้มอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนคนละแห่งกันกับที่แจ้งย้ายเข้าและเพียงเดือนเศษก็แจ้งย้ายออกไปเข้าที่บ้านเลขที่21หมู่ที่4ตำบลท่าพักอำเภอดำเนินสะดว
ฎีกาที่ 3411/2536
เมื่อรถจักรดีเซลของโจทก์เสียหายเนื่องจากการทำละเมิดและต้องนำมาซ่อมในโรงงานของโจทก์ โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงาน เช่น ค่าน้ำ ค่าเชื้อเพลิง ค่าเครื่องจักรเครื่องมือกลต่าง ๆ และค่าเสื่อมราคาโรงงาน ส่วนค่าควบคุมนั้นโจทก์ต้องใช้หัวหน้าหน่วยตลอดสายงานมาควบคุมดูแลการซ่อม จึงเป็นค่าเสียหายโดยตรงอันเกิดจากการทำละเมิด เพราะถ้าไม่มีการทำละเมิดเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย โจทก์ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงานและค่าควบคุมดังกล่าว แต่โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นชัดแจ้งว่าโจทก์เสียหายแท้จริงเป็น
ฎีกาที่ 1083/2509
ภรรยาฟ้องคดีเรียกที่ดินอันเป็นสินบริคณห์จากบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสามีเพราะคดีจะขาดอายุความ ถ้าปรากฏว่าสามีไม่ยอมอนุญาตโดยปราศจากเหตุอันสมควร ภรรยาย่อมขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ฟ้องคดีได้โจทก์(หญิงมีสามี)ฟ้องเรียกที่ดินอันเป็นสินบริคณห์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสามี อ้างว่าสามีไม่ยอมให้อนุญาตโดยปราศจากเหตุผล และจำต้องรีบฟ้องเพราะคดีจะขาดอายุความ ขอให้ศาลสั่งอนุญาต ผู้ร้องสามีโจทก์ร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนโดยสืบแต่พยานโจทก์ งดสืบพยานผู้ร้อง แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้
ฎีกาที่ 742/2484
เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาตายแล้วจะต้องเรียกทายาทเข้ารับมฤดกภายใน 1 ปี จึงจะยึดทรัพย์มฤดกได้ฟ้องสามีคนเดียวจะยึดทรัพย์ของภริยาในเมื่อสามีภริยาตายจากกันแล้วไม่ได้โจทก์ชะนะความจำเลยเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๓ ได้ยึดทรัพย์อ้างว่าเป็นของจำเลยที่ ๑ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๓ ซึ่งเป็นเวลายังไม่ครบ ๑๐ ปีแต่จำเลยที่ ๑ ตายก่อนการยึดรายนี้ไป ๖-๗ ปีแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาจำเลยได้ร้องขัดทรัพย์. ศาลชั้นต้นเห็นว่าเมื่อจำเลยที่ ๑ ตายทรัพย์ย่อมเป็นมฤดกได้แก่ทายาทไม่ใช่ของจำเลยที่ ๑ แล้ว โจทก์จึงยึดไม่ได้ให้ถอนการยึด. ศาลอุทธรณ์เห็นว่า