มาตรา 737
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 2692/2526
ถึงแม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 736,737 บัญญัติให้สิทธิผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองจะไถ่ถอนจำนองได้ แต่บทบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายในส่วนสารบัญญัติ ไม่ใช่บทกฎหมายที่เกี่ยวกับการบังคับคดี ทั้งไม่มีบทบัญญัติให้นำมาใช้ในการบังคับคดีได้และตามคำพิพากษาก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องทำการไถ่ถอนจำนองที่พิพาทเสียก่อนแล้วจึงโอนให้แก่โจทก์โดยปลอดจำนอง หาใช่หน้าที่ของโจทก์ที่จะทำการไถ่ถอนจำนองเองไม่ ดังนั้น เมื่อจำเลยจงใจไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับซึ่งออกบังคับเอาแก่จำเลยจึงถือได้ว่าเป็นกรณีที่ไม
ฎีกาที่ 360/2525
จำเลยซึ่งเป็นทายาทของ ส. ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาที่ ส. กู้เงินโจทก์ไป โจทก์จึงนำยึดที่ดินพิพาท ซึ่ง ส. จำนองไว้แก่โจทก์เพื่อบังคับคดี แต่ปรากฏว่าก่อนโจทก์นำยึด ส. ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องไปแล้ว ดังนี้ ถ้าโจทก์ประสงค์จะยึดที่ดินพิพาทก็ชอบที่จะบอกกล่าวบังคับจำนองเอาแก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนก่อนต่อเมื่อผู้ร้องไม่ไถ่ถอนและศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีแล้ว โจทก์จึงจะมีสิทธิยึดที่ดินพิพาทขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามสัญญาจำนองได้
ฎีกาที่ 1251/2510
จำเลยจำนองที่ดินไว้กับโจทก์ แล้วนำไปขายฝากกับผู้ร้องและไม่ไถ่กรรมสิทธิ์จึงตกเป็นของผู้ร้องโดยมีภารจำนองติดไปด้วย โจทก์จึงมีสิทธิบอกกล่าวแก่ผู้ร้องว่ามีความจำนงจะบังคับจำนองแก่ผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินจำนองจากจำเลยได้ตาม มาตรา 736, 737 เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ฟ้องขอบังคับจำนองแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องยังไม่ได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ โจทก์ยังไม่มีสิทธิจะยึดที่พิพาทที่จำนองแก่โจทก์ เพราะผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอก โจทก์ผู้รับจำนองมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ มิพัก