พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. 2558
มาตรา 12
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. 2558 มาตรา 12 บรรดากฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดที่อ้างถึงศาลจังหวัดทหารบกตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร พ.ศ. ๒๕๓๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ถือว่ากฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกตามพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณี ดังนี้ (๑) ศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๖ (๒) ศาลจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๗ (๓) ศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๘ (๔) ศาลจังหวัดทหารบกสระแก้ว ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๙ (๕) ศาลจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๕ (๖) ศาลจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖ (๗) ศาลจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๗ (๘) ศาลจังหวัดทหารบกเลย ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ (๙) ศาลจังหวัดทหารบกสกลนคร ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ (๑๐) ศาลจังหวัดทหารบกนครพนม ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ (๑๑) ศาลจังหวัดทหารบกพะเยา ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๔ (๑๒) ศาลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๕ (๑๓) ศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๖ (๑๔) ศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๗ (๑๕) ศาลจังหวัดทหารบกน่าน ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘ (๑๖) ศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๙ (๑๗) ศาลจังหวัดทหารบกตาก ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑๐ (๑๘) ศาลจังหวัดทหารบกทุ่งสง ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๓ (๑๙) ศาลจังหวัดทหารบกชุมพร ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๔ (๒๐) ศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๕ (๒๑) ศาลจังหวัดทหารบกปัตตานี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๖
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 11570/2553
พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา