ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. 2558

มาตรา 4

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. 2558 มาตรา 4 ศาลมณฑลทหารมีเขตอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๒ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดฉะเชิงเทรา (๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๓ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง (๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๔ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง (๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๕ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๖ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร (๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๗ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี (๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๘ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๙ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด (๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ (๑๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอำนาจเจริญ (๑๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดกาฬสินธุ์ (๑๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย (๑๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๕ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ (๑๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดมหาสารคาม (๑๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๗ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร (๑๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเลย และจังหวัดหนองบัวลำภู (๑๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสกลนคร และจังหวัดบึงกาฬ (๑๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร (๑๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดอุทัยธานี (๒๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดลำปาง (๒๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๓ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดลำพูน (๒๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๔ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดพะเยา (๒๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๕ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดแพร่ (๒๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๖ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิจิตร (๒๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๗ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเชียงราย (๒๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดน่าน (๒๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๙ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย (๒๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑๐ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดตาก (๒๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๑ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากอำเภอทุ่งสง และจังหวัดภูเก็ต (๓๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๒ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล (๓๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๓ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง (๓๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๔ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง (๓๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๕ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพังงา (๓๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๖ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. 2558 มาตรา 4 · ทนอย Thanoy