พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554
มาตรา 48
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554 มาตรา 48 ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดของสถาบันตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้นำระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามขอบวัตถุประสงค์หรืออำนาจหน้าที่ที่จะเป็นของสถาบันตามพระราชกฤษฎีกานี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลมผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินและการไม่สามารถเข้าถึงที่ดินของเกษตรกรรายย่อยและผู้ยากจนเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่มีมานาน ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดินรวมทั้งปัญหาการเก็งกำไรในที่ดินเป็นเหตุให้ที่ดินถูกทิ้งร้างไม่ทำประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ และสูญเสียพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำเกษตรกรรม ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้รัฐต้องกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและดำเนินการให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึง แต่โดยที่ในปัจจุบันยังไม่มีองค์กรหรือสถาบันการเงินใดรับผิดชอบให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสมและสนับสนุนทางการเงินแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมสมควรจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินในรูปแบบขององค์การมหาชน เพื่อแก้ไขปัญหาและดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้อย่างอิสระ คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 2 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป มาตรา ๑๗ ในระหว่างที่คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนยังไม่ได้กำหนดระบบการประเมินผลตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ ให้การประเมินผลการดำเนินงานของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เป็นไปตามที่คณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินกำหนด โดยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลดังกล่าวต้องสอดคล้องกับหลักการตามมาตรา ๓๘ ด้วย มาตรา ๑๘ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใด ที่อ้างถึงคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ถือว่าระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ประกอบกับโดยที่ในปัจจุบันสถาบันยังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดิน รวมทั้งการดำเนินการเพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรมและยั่งยืน และมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสมยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่อไป ดังนั้น สมควรขยายระยะเวลาการยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(องค์การมหาชน) โดยให้มีการยุบเลิกเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาแปดปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เป็นไปอย่างต่อเนื่องสามารถดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ได้ต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 3 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป มาตรา ๕ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ ให้คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนจัดให้มีการประเมินผลการดำเนินการของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ว่า เกิดผลสัมฤทธิ์หรือมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับภาระงบประมาณ และสมควรยุบเลิกหรือไม่ โดยให้มีการประเมินผลดังกล่าวทุกปี ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอของคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์หรือมีความไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับภาระงบประมาณ คณะรัฐมนตรีอาจมีมติให้ยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ได้ ถ้าคณะรัฐมนตรีมีมติเช่นว่านั้น ให้ถือว่าการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เสร็จสิ้นลงแล้ว และให้รัฐมนตรีประกาศยุติการดำเนินการของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ในราชกิจจานุเบกษา และเมื่อประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว ให้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ และพระราชกฤษฎีกานี้เป็นอันยกเลิก มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา ๔๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ และแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ให้กระทรวงการคลังและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดินต่อคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ มาตรา ๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติเกี่ยวกับอายุขั้นสูงของประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ประกอบกับในปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดิน รวมทั้งการดำเนินการเพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรมและยั่งยืน และมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม ซึ่งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ จึงจำเป็นต้องขยายเวลาการดำเนินภารกิจเพื่อให้เกษตรกรและผู้ยากจนที่อยู่ในโครงการได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานของสถาบัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินของประเทศต่อไปสมควรขยายระยะเวลาการยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ออกไปอีกสามปี โดยทุกปีให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์หรือความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับภาระงบประมาณเพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาว่า สมควรยุบเลิกสถาบันก่อนก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(องค์การมหาชน) เป็นไปอย่างต่อเนื่องและสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ได้ต่อไปในระหว่างเวลาที่ดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 4 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๐ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(องค์การมหาชน) เป็นอันยุบเลิกเมื่อมีการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดิน หรือเมื่อพ้นวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เนื่องจากปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดินแต่การดำเนินการดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จภายในวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนั้น จึงสมควรขยายระยะเวลาการยุบเลิกสถาบันเพื่อให้สถาบันดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ได้ต่อไปในระหว่างที่ดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 5 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๘ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๐ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(องค์การมหาชน) เป็นอันยุบเลิกเมื่อมีการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดิน หรือเมื่อพ้นวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘เนื่องจากปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกับธนาคารที่ดินซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้ทันประกอบกับสถาบันยังอยู่ในระหว่างดำเนินภารกิจในการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนในหลายโครงการทั่วประเทศ ดังนั้น จึงสมควรขยายระยะเวลาการดำเนินงานของสถาบัน เพื่อให้สถาบันดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ได้ต่อไปในระหว่างที่ดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้