พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับปริญญา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2564
มาตรา 4
ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ —
เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับปริญญา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2564 มาตรา 4 ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติมีห้าชั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าทึบสีดำ ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อยาวระดับข้อมือ มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบและสำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง ถัดมามีแถบสีเขียว กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบต่อจากแถบสีทองทั้งสองข้าง ถัดมามีแถบสีขาว กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบต่อจากแถบสีเขียวทั้งสองข้าง และตรงกลางเป็นพื้นสำรด กว้าง ๑ เซนติเมตร ประดับเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติกลางสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง (ข) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยสักหลาดสีดำ กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง ตอนกลางมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ โดยห่างจากแถบสีทอง ๐.๕ เซนติเมตร และระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชาห่างกัน ๐.๕ เซนติเมตร (๒) ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดต้นแขน มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวน ๒ แถบ โดยห่างจากแถบสีทองข้างละ ๑.๕ เซนติเมตร และระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชาห่างกัน ๑ เซนติเมตร ตรงกลางแถบสีประจำสาขาวิชา ทั้ง ๒ แถบ มีแถบสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ ทับกลางแถบสีประจำสาขาวิชา (๓) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง เว้นแต่ตอนกลางสำรดต้นแขน ไม่มีแถบสีทองทับกลางแถบสีประจำสาขาวิชา (๔) ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดต้นแขน มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๔ เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ โดยห่างจากแถบสีทองข้างละ ๒ เซนติเมตร ตรงกลางแถบสีประจำสาขาวิชา มีแถบสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ ทับกลางแถบสีประจำสาขาวิชา (๕) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยประกาศนียบัตรบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดต้นแขน ไม่มีแถบสีทองทับกลางแถบสีประจำสาขาวิชา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็
พ.ศ. 2557
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ
พ.ศ. 2557
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ
ค้นต่อ