ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534

มาตรา 4

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลตำรวจเอก เภา สารสิน รองนายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อบรรเทาภาระภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่กิจการขายหลักทรัพย์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๒๕๗) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ ตามที่ได้มีการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์แล้วนั้น โดยที่บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อมซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๓๔และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดย่อมทางด้านการเงินและวิชาการ โดยมิได้มุ่งหวังผลกำไรมาแบ่งปันให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นสำคัญจึงสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการทั้งสองแห่งดังกล่าวเพื่อบรรเทาภาระภาษี จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๒๖๕) พ.ศ. ๒๕๓๖ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่กองทุนสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจการของกองทุนสิ่งแวดล้อมในการให้กู้ยืมเงินแก่ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจและเอกชนสำหรับการดำเนินการจัดให้มีระบบบำบัดอากาศเสียหรือน้ำเสีย ระบบกำจัดของเสีย หรืออุปกรณ์อื่นใดอันเกี่ยวกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๒๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการขององค์การเพื่อการปฏิรูปสถาบันการเงิน ในอันที่จะแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงินและฟื้นฟูฐานะของบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ถูกระงับการดำเนินกิจการสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๒๘) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน ในอันที่จะแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงินและฟื้นฟูฐานะของสถาบันการเงินที่ประสบปัญหาการดำเนินการ สมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๓๔) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้กำหนดให้มีนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการรับโอนสินทรัพย์แล้วแปลงเป็นหลักทรัพย์ออกจำหน่ายแก่ผู้ลงทุนเพื่อแก้ไขอุปสรรคการขาดแคลนเงินทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวของธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้งพัฒนาตลาดทุนและระดมเงินออมของประเทศ แต่เนื่องจากกิจการของนิติบุคคลเฉพาะกิจและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่เกิดขึ้นเนื่องจากการโอนและรับโอนทรัพย์สินเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงไม่จูงใจให้มีการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์อันจะก่อให้เกิดผลดีต่อการระดมทุนของธุรกิจต่าง ๆในประเทศสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่กิจการของบุคคลดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๓๗) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้อนุมัติให้มีการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินและกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินเพื่อช่วยในการฟื้นฟูธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงิน รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการจำหน่ายสินทรัพย์ขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินด้วยแต่เนื่องจากในการดำเนินงานของกองทุนรวมดังกล่าวมีกิจกรรมบางอย่างที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนรวมทั้งสามประเภท สมควรกำหนดให้กิจการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินและกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เฉพาะการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๔๔) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการจัดตั้งบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศที่กำลังประสบภาวะซบเซาโดยการขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้มีวงกว้างขึ้นเพราะสถาบันการเงินของรัฐและเอกชนมีข้อจำกัดอยู่หลายประการทำให้ไม่สามารถให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยได้เพียงพอกับความต้องการ แต่เนื่องจากในการดำเนินการของบรรษัทดังกล่าวมีกิจกรรมบางอย่างที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร ดังนั้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยในการแก้ไขปัญหาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม สมควรกำหนดให้กิจการของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๕๕) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากการเคหะแห่งชาติได้จัดทำโครงการพัฒนาคนจนในเมืองและจัดตั้งสำนักงานพัฒนาชุมชนเมืองขึ้นเพื่อดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้สินเชื่อในด้านต่าง ๆแก่องค์กรชุมชนที่เป็นสมาชิกซึ่งรวมถึงสหกรณ์ประเภทสหกรณ์บริการที่ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายให้แก่สมาชิกของสหกรณ์ด้วย อันจะเป็นการช่วยเหลือแก่ผู้ซึ่งอยู่อาศัยในชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อยในเมืองให้มีที่อยู่อาศัยแต่เนื่องจากการให้กู้ยืมเงินของการเคหะแห่งชาติตามโครงการดังกล่าวและการขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่สมาชิกของสหกรณ์บริการข้างต้น เป็นกิจการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว สมควรกำหนดให้กิจการของการเคหะแห่งชาติและสหกรณ์บริการตามกรณีนี้เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๖๑) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้กำหนดให้สถาบันการเงินสามารถจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อดำเนินการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินตลอดจนหลักประกันของสินทรัพย์นั้นเพื่อนำมาบริหารหรือจำหน่ายจ่ายโอนต่อไปได้ แต่เนื่องจากการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินนั้นหรือสถาบันการเงินอื่นหรือการให้สินเชื่อแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อใช้ในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่รับซื้อหรือรับโอนมาจากสถาบันการเงินนั้นหรือสถาบันการเงินอื่น ทำให้สถาบันการเงินได้รับรายรับบางประเภทซึ่งมีภาระที่จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงทำให้การจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่เป็นที่แพร่หลาย ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ สมควรกำหนดให้กิจการของสถาบันการเงินในกรณีดังกล่าวเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๖๕) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการขายฝากตามมาตรา ๔๙๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยกำหนดให้ทรัพย์สินที่ขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ไถ่ตั้งแต่เวลาที่ผู้ไถ่ได้ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่จึงมีผลทำให้การรับไถ่อสังหาริมทรัพย์จากการขายฝากหรือการไถ่ อสังหาริมทรัพย์จากการขายฝากโดยการวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดและกรณีการขายอสังหาริมทรัพย์ภายหลังที่ได้ไถ่จากการขายฝากภายในห้าปีเป็นการประกอบกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา ๙๑/๒ (๖) แห่งประมวลรัษฎากร และอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้น เพื่อให้ผู้ซื้อฝากซึ่งเป็นผู้รับไถ่และผู้ขายฝากที่ขายอสังหาริมทรัพย์หลังจากการไถ่ถอนการขายฝากดังกล่าวไม่มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นจากเดิมก่อนมีการแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวสมควรกำหนดให้กรณีการรับไถ่อสังหาริมทรัพย์จากการขายฝากหรือการไถ่อสังหาริมทรัพย์จากการขายฝากโดยการวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด และกรณีการขายอสังหาริมทรัพย์ภายหลังที่ได้ไถ่จากการขายฝากซึ่งเมื่อรวมระยะเวลาของการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ก่อนการขายฝากระยะเวลาระหว่างขายฝาก และระยะเวลาภายหลังจากการขายฝากแล้วเกินห้าปี เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๗๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายตามแผนแม่บทการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจในการแปรรูปกิจการของรัฐวิสาหกิจเพื่อให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในกิจการของรัฐเพิ่มมากขึ้นอันจะเป็นการเพิ่มการแข่งขันในกิจการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการอีกทั้งเป็นการลดภาวะในการลงทุนชองภาครัฐ ซึ่งดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจเป็นวิธีการหนึ่งในการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทดังกล่าวโดยหากรัฐบาลมีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจใดเปลี่ยนรูปแบบเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดโดยการเปลี่ยนทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นหุ้นของบริษัทก็อาจดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ได้แต่โดยที่ในการดำเนินการจะต้องมีการโอนทรัพย์สินในกิจการของรัฐวิสาหกิจให้แก่บริษัทอันเป็นการขายทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งจะก่อให้เกิดภาระภาษีแก่รัฐวิสาหกิจ สมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่รัฐวิสาหกิจสำหรับรายรับที่ได้รับจากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเนื่องมาจากการดำเนินการนำทุนของรัฐวิสาหกิจมาเปลี่ยนสภาพเป็นหุ้นในรูปแบบของบริษัทจำกัดหรือบริษัทจำกัดมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๗๙) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ เพื่อสนับสนุนและให้การช่วยเหลือแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน รวมทั้งการให้สินเชื่อแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนด้วย อีกทั้งได้มีการโอนอำนาจหน้าที่กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิและงบประมาณของโครงการพัฒนาคนจนในเมือง การเคหะแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนพัฒนาชนบท สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปเป็นของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)แต่เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวมีกิจกรรมบางอย่างที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร และโดยที่กิจการบางส่วนของโครงการพัฒนาคนจนในเมือง การเคหะแห่งชาติ เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๕๕) พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว สมควรกำหนดให้กิจการบางกรณีของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๘๒) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การกู้ยืมเงินแกนักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างศึกษา แต่เนื่องจากการดำเนินกิจการของกองทุนดังกล่าวมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ จึงอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๒ (๕) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นเพื่อสนับสนุนกิจการของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้มีเงินหมุนเวียนเพื่อให้กู้ยืมตามวัตถุประสงค์มากขึ้นอันจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติส่วนรวม สมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๓๘๖) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนมีวัตถุประสงค์ให้กู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของโรงเรียนเอกชน เช่น เพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียนเอกชนประเภทในระบบทั้งสามัญศึกษา อาชีวศึกษาและประเภทการศึกษาพิเศษ เพื่อใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารเรียน อาคารประกอบให้เพียงพอสำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินกิจการเงินทุนหมุนเวียนดังกล่าวมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และรายรับจากดอกเบี้ยอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา ๙๑/๒ (๕)และมาตรา ๙๑/๕ (๕) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เพื่อสนับสนุนกิจการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบการศึกษาอันจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติโดยส่วนรวมสมควรกำหนดให้กิจการเงินทุนหมุนเวียนดังกล่าวเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๔๐๐) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่กิจการของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกิจการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิเรียกร้องที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เฉพาะการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาภาระภาษีและสนับสนุนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุนดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๔๑๙) พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การดำเนินกิจการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการให้เกษตรกรกู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์และการให้เช่าซื้อที่ดินแก่เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร อันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้นเพื่อสนับสนุนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอันจะทำให้สามารถดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ สมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๔๔๕) พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นธนาคารที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจทางการเงินและประกอบกิจการอื่นให้สอดคล้องกับหลักการของศาสนาอิสลามซึ่งห้ามมิให้ดำเนินธุรกิจทางการเงินที่ผูกพันกับดอกเบี้ย ธนาคารจึงต้องดำเนินการจัดหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการทั้งสินทรัพย์หมุนเวียนและอสังหาริมทรัพย์แทนการให้เป็นตัวเงินทำให้การทำธุรกรรมการให้สินเชื่อเพื่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์เกิดภาระภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ถึงสองครั้งเป็นเหตุให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงกว่าการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ดังนั้น เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าอันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองและเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้รับโอนเนื่องจากการให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๔๔๙) พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศเป็นกิจการซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีและสนับสนุนการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร สมควรกำหนดให้กิจการของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๔๕๑) พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่ผู้ขายข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมให้การประกอบกิจการดังกล่าวขยายตัวมากยิ่งขึ้นอันจะทำให้เกิดสภาพคล่องของตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย และราคาที่เกิดจากการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยสามารถสะท้อนต่อสภาวะตลาดสินค้าเกษตรทั่วไปอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๔๕๕) พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเครื่องมือของผู้ประกอบการและผู้ลงทุนในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงิน อัตราดอกเบี้ยดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ ตลอดจนสินค้าหรือตัวแปรอื่น เพื่อลดปัจจัยความเสี่ยงในการลงทุนทางธุรกิจดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนและจูงใจให้ผู้ประกอบการและผู้ลงทุนทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามากขึ้น และส่งเสริมให้ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสมควรกำหนดให้กิจการขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๔๘๕) พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การให้กู้ยืมเงินแก่รัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินของรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศดังกล่าวเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และรายรับจากการประกอบกิจการ อยู่ในบังคับที่จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๒ (๕) และมาตรา ๙๑/๕ (๕) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล สมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่กิจการของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) เฉพาะการให้กู้ยืมเงินแก่รัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินของรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๔๙๐) พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกิจการของสถาบันคุ้มครองเงินฝากซึ่งจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสถาบันคุ้มครองเงินฝากในการคุ้มครองเงินฝากของผู้ฝากเงินในสถาบันการเงิน และในการเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน สมควรกำหนดให้กิจการของสถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๕๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่กิจการของกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะสมควรกำหนดให้กิจการของกองทุนดังกล่าวเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนในการบริหารเงินที่ได้รับจากการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและการกู้เงิน เพื่อพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศและเพื่อการบริหารสภาพคล่องและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๕๕๐) พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่กิจการของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับการให้กู้ยืมเงินแก่โรงเรียนในระบบ เป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินกิจการของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว สมควรกำหนดให้กิจการของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๕๖๕) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การให้กู้ยืมเงินจากเงินกองกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือการให้กู้ยืมเงินเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการกู้เงินเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๔๕เป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ อันเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการในกิจการดังกล่าว ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ข้าราชการตำรวจและลูกจ้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอันเป็นการบรรเทาภาระในการดำรงชีพและการสนับสนุนให้ข้าราชการตำรวจและลูกจ้างมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สมควรกำหนดให้กิจการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเฉพาะกรณีดังกล่าวเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๕๗๑) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในบางกรณีมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหากำไรในลักษณะเดียวกับธนาคารพาณิชย์ แต่เนื่องจากมาตรา ๙๑/๕ (๕) แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้ดอกเบี้ยที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับจากการให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันให้กู้ยืมเงิน หรือจากการฝากเงินหรือซื้อตั๋วเงินที่ออกโดยสถาบันการเงินหรือจากการให้พนักงานกู้ยืมเงินเพื่อเป็นสวัสดิการเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นเหตุให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในลักษณะดังกล่าวมีภาระภาษีและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีดังกล่าวอันจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทยและสนับสนุนการจัดสวัสดิการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้แก่พนักงานซึ่งเป็นสมาชิกเงินกองทุนสะสมพนักงานสมควรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่ดอกเบี้ยที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับจากการให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันให้กู้ยืมเงิน หรือจากการนำเงินไปฝากหรือซื้อตั๋วเงินที่ออกโดยสถาบันการเงิน หรือจากการให้พนักงานกู้ยืมเงินเพื่อเป็นสวัสดิการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๕๗๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การให้กู้ยืมเงินแก่สมาชิกของกองทุนหมู่บ้านตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์อันเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและให้สมาชิกของกองทุนหมู่บ้านสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับใช้ในการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน และเพิ่มรายได้ สมควรกำหนดให้กิจการของกองทุนหมู่บ้านเฉพาะกรณีดังกล่าวเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๖๐๑) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกําหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ แต่การชําระบัญชีของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยยังไม่แล้วเสร็จ ทําให้ต้องมีการโอนทรัพย์สินที่คงเหลือและหนี้สิน รวมทั้งสมุดบัญชีและเอกสารทั้งหมดให้แก่กระทรวงการคลังซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่กํากับดูแลเป็นผู้ดําเนินการต่อไป และหากต่อมาต้องมีการขายอสังหาริมทรัพย์ที่รับโอนมานั้นให้แก่บุคคลอื่น ก็จะต้องอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๒ (๖) แห่งประมวลรัษฎากรสมควรกําหนดให้การขายอสงหาริมทรัพย์ที่กระทรวงการคลังได้รับโอนมาจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๖๐๕) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่กิจการของกองทุนการออมแห่งชาติซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมของประชาชนให้มีหลักประกันรายได้ระดับพื้นฐานในวัยสูงอายุเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อเป็นการสนับสนุนการดําเนินกิจการของกองทุนการออมแห่งชาติให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว สมควรกําหนดให้กิจการของกองทุนการออมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติ เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๖๐๙) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกําหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๒๔๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมได้บัญญัติยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสําหรับการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากําไรของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน กองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิเรียกร้องที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินซึ่งได้รับความเสียหายจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี ๒๕๔๐ ซึ่งในปัจจุบันการดําเนินการได้สําเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์แล้ว สมควรยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสําหรับการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากําไรของกองทุนรวมดังกล่าว จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๖๖๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การดําเนินกิจการของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ในการให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาและพัฒนาที่ดินหรือเพื่อสนับสนุนให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน เป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากําไร อันเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการดําเนินกิจการดังกล่าวอันเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีที่ดินในการประกอบอาชีพและอยู่อาศัยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่ดินทํากินและเพื่อเป็นการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม สมควรกําหนดให้กิจการของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๗๔๘) พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้กิจการของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๔๘๕ พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อให้กองทุนดำเนินกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๗๖๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้กิจการของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับการให้กู้ยืมเงินตามโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย ผ่านกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะเนื่องจากการดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีศักยภาพแต่ขาดสภาพคล่อง รวมถึงกลุ่มที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้แต่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้ว ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ขยายกิจการและพัฒนาคุณภาพการให้บริการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ๗๖๗) พ.ศ. ๒๕๖๖ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้กิจการขององค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น เฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อชำระหนี้ให้แก่กระทรวงการคลังตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓ เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อให้การชำระบัญชีขององค์การอุตสาหกรรมห้องเย็นที่ถูกยุบเลิก ไม่เป็นภาระงบประมาณ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 มาตรา 4 · ทนอย Thanoy