พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520
มาตรา 29
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 29 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๙) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๗ ลำดับที่ ๖ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง ซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอชนบท อำเภอบ้านไผ่นอกจากตำบลโคกสำราญ ตำบลโนนสมบูรณ์ ตำบลบ้านแฮด และตำบลหนองแซง อำเภอพล อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอหนองสองห้อง และกิ่งอำเภอเปือยน้อย อำเภอบ้านไผ่เท่านั้น แต่โดยที่ได้มีการเปิดทำการศาลจังหวัดชุมแพ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอชุมแพ อำเภอภูผาม่าน อำเภอภูเวียงอำเภอสีชมพู อำเภอหนองเรือ และกิ่งอำเภอหนองนาคำ ประกอบกับในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่ตามที่ระบุไว้ในลำดับที่ ๖ และในเขตอำนาจศาลจังหวัดชุมแพ โดยมีการยกฐานะกิ่งอำเภอโนนศิลา อำเภอบ้านไผ่ ขึ้นเป็นอำเภอโนนศิลา ยกฐานะกิ่งอำเภอเปือยน้อย อำเภอบ้านไผ่ ขึ้นเป็นอำเภอเปือยน้อยยกฐานะกิ่งอำเภอหนองนาคำ อำเภอภูเวียง ขึ้นเป็นอำเภอหนองนาคำ รวมทั้งมีการแบ่งเขตท้องที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเวียงเก่า อำเภอภูเวียง และต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเวียงเก่า นอกจากนี้ การคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดขอนแก่นมีความสะดวกมากขึ้นสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอชนบท อำเภอชุมแพ อำเภอโนนศิลา อำเภอบ้านไผ่ อำเภอเปือยน้อย อำเภอพล อำเภอภูผาม่าน อำเภอภูเวียง อำเภอเวียงเก่า อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอสีชมพู อำเภอหนองนาคำ อำเภอหนองเรือและอำเภอหนองสองห้อง เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 30 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๓ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการเปิดทำการศาลแขวงขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดตรัง จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระยอง จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสระบุรี โดยมีเขตอำนาจในอำเภอทุกอำเภอสมควรยกเลิกการกำหนดให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด สำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในทุกอำเภอของจังหวัดดังกล่าว และโดยที่การคมนาคมระหว่างอำเภอซึ่งมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการกับอำเภอ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลจังหวัดมีความสะดวกมากขึ้นสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดตาก จังหวัดพังงา จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดลำพูน จังหวัดเลย และจังหวัดอุตรดิตถ์ และในท้องที่อำเภอขุนตาล อำเภอเชียงของ อำเภอเทิง อำเภอป่าแดด อำเภอพญาเม็งรายและอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ในท้องที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในท้องที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอโนนนารายณ์ อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม และอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ และในท้องที่อำเภอเดชอุดม อำเภอทุ่งศรีอุดม อำเภอนาจะหลวยอำเภอนาเยีย อำเภอน้ำขุ่น อำเภอน้ำยืน และอำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 31 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๓๑) พ.ศ. ๒๕๖๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๓ ลำดับที่ ๕๑ ให้ยกเลิกการนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอจังหวัดสมุทรปราการ แต่โดยที่มีการเปิดทำการศาลจังหวัดพระประแดงซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ประกอบกับการคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสมุทรปราการมีความสะดวกมากขึ้นสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 32 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๓๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่ (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๓ ลำดับที่ ๔๓ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ดแต่โดยที่ได้มีการเปิดทำการศาลแขวงสุวรรณภูมิซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอพนมไพร อำเภอโพนทราย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอหนองฮี ประกอบกับการคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ดมีความสะดวกมากขึ้นสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภอจังหาร อำเภอเชียงขวัญ อำเภอทุ่งเขาหลวง อำเภอธวัชบุรี อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง อำเภอเมยวดี อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเมืองสรวง อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอเสลภูมิอำเภอหนองพอก และอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 15564/2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ