ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520

มาตรา 4

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกา ให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำ วิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ จังหวัด เขตหรืออำเภอ ๑ กรุงเทพมหานคร คลองเตย คลองสามวา คันนายาว ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางกอกน้อยบางกอกใหญ่ บางเขนเฉพาะในแขวงท่าแร้ง บางแค บางนา บางพลัด ประเวศ พระโขนง ภาษีเจริญ มีนบุรี ลาดกระบัง ลาดพร้าวเฉพาะในแขวงจรเข้บัว วัฒนา สวนหลวง สะพานสูง สายไหมเฉพาะในแขวงสายไหมและแขวงออเงิน หนองแขม และหนองจอก ๒ (ยกเลิก) ๓ กาญจนบุรี ทุกอำเภอ ๔ กาฬสินธุ์ ทุกอำเภอ ๕ กำแพงเพชร ทุกอำเภอ ๖ ขอนแก่น ชนบทชุมแพ โนนศิลา บ้านไผ่ เปือยน้อย พล ภูผาม่าน ภูเวียง เวียงเก่า แวงน้อย แวงใหญ่ สีชมพู หนองนาคำ หนองเรือ และหนองสองห้อง ๗ จันทบุรี ทุกอำเภอ ๘ ฉะเชิงเทรา ทุกอำเภอ ๘/๑ (ยกเลิก) ๙ ชัยนาท ทุกอำเภอ ๑๐ ชัยภูมิ ทุกอำเภอ ๑๑ ชุมพร ทุกอำเภอ ๑๒ เชียงราย ขุนตาล เชียงของ เทิง ป่าแดด พญาเม็งราย และเวียงแก่น ๑๓เชียงใหม่ จอมทอง ไชยปราการ ดอยเต่า ฝาง แม่แจ่ม แม่อาย อมก๋อย และฮอด ๑๔ (ยกเลิก) ๑๕ ตราด ทุกอำเภอ ๑๖ ตาก ทุกอำเภอ ๑๗ นครนายก ทุกอำเภอ ๑๘ (ยกเลิก) ๑๙ นครพนม ทุกอำเภอ ๒๐ นครศรีธรรมราช เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ ปากพนัง และหัวไทร ๒๑ นครราชสีมา แก้งสนามนาง คง ชุมพวง ด่านขุนทด เทพารักษ์ โนนแดง บัวลายบัวใหญ่ บ้านเหลื่อม ประทาย ปากช่อง พิมาย เมืองยาง ลำทะเมนชัย สีคิ้ว สีดา สูงเนิน และห้วยแถลง ๒๒ (ยกเลิก) ๒๓ นราธิวาส ทุกอำเภอ ๒๔ น่าน ทุกอำเภอ ๒๕ บุรีรัมย์ ทุกอำเภอ ๒๕/๑ บึงกาฬ ทุกอำเภอ ๒๖ ปทุมธานี ทุกอำเภอ ๒๗ ประจวบคีรีขันธ์ ทุกอำเภอ ๒๘ ปราจีนบุรี ทุกอำเภอ ๒๙ ปัตตานี ทุกอำเภอ ๓๐ พะเยา ทุกอำเภอ ๓๑พังงา ทุกอำเภอ ๓๒ พัทลุง ทุกอำเภอ ๓๓ พิจิตร ทุกอำเภอ ๓๔ เพชรบุรี ทุกอำเภอ ๓๕ เพชรบูรณ์ ทุกอำเภอ ๓๖ แพร่ ทุกอำเภอ ๓๗ (ยกเลิก) ๓๘ มหาสารคาม ทุกอำเภอ ๓๙ มุกดาหาร ทุกอำเภอ ๔๐ แม่ฮ่องสอน ทุกอำเภอ ๔๑ ยะลา ทุกอำเภอ ๔๒ ยโสธร ทุกอำเภอ ๔๓ ร้อยเอ็ด จตุรพักตรพิมาน จังหาร เชียงขวัญ ทุ่งเขาหลวง ธวัชบุรี โพธิ์ชัยโพนทอง เมยวดี เมืองร้อยเอ็ด เมืองสรวง ศรีสมเด็จ เสลภูมิ หนองพอก และอาจสามารถ ๔๔ ระนอง ทุกอำเภอ ๔๕ (ยกเลิก) ๔๕/๑ ลพบุรี โคกเจริญ ชัยบาดาล ท่าหลวง ลำสนธิ และสระโบสถ์ ๔๖ ลำพูน ทุกอำเภอ ๔๗ เลย ทุกอำเภอ ๔๘ ศรีสะเกษ ทุกอำเภอ ๔๙ สกลนคร ทุกอำเภอ ๔๙/๑ สงขลา จะนะ เทพา นาทวี สะเดา และสะบ้าย้อย ๕๐ สตูลทุกอำเภอ ๕๑ สมุทรปราการ พระประแดง และพระสมุทรเจดีย์ ๕๒ สมุทรสงคราม ทุกอำเภอ ๕๓ สมุทรสาคร ทุกอำเภอ ๕๔ (ยกเลิก) ๕๔/๑ สระแก้ว ทุกอำเภอ ๕๕ สิงห์บุรี ทุกอำเภอ ๕๖ สุโขทัย ทุกอำเภอ ๕๗ สุราษฎร์ธานี เกาะพะงัน เกาะสมุย เคียนซา ชัยบุรี ไชยา ท่าฉาง ท่าชนะ บ้านนาสาร พระแสง วิภาวดี และเวียงสระ ๕๗/๑ สุรินทร์ชุมพลบุรี ท่าตูม โนนนารายณ์ รัตนบุรี สนม และสำโรงทาบ ๕๘ หนองคาย ทุกอำเภอ ๕๘/๑ หนองบัวลำภู ทุกอำเภอ ๕๙ อ่างทอง ทุกอำเภอ ๖๐ อุตรดิตถ์ ทุกอำเภอ ๖๑ อุทัยธานี ทุกอำเภอ ๖๑/๑ อุบลราชธานี เดชอุดม ทุ่งศรีอุดม นาจะหลวย นาเยีย น้ำขุ่น น้ำยืน และบุณฑริก ๖๒ อำนาจเจริญ ทุกอำเภอหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ของกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งยังมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นมาตรา ฉบับที่ 2 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ลำดับที่ ๑๘ และลำดับที่ ๒๐ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดนครพนม สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม และใช้บังคับในศาลจังหวัดปากพนังสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เท่านั้นแต่โดยที่ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดเพิ่มขึ้นในท้องที่จังหวัดดังกล่าว และเพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวก สมควรให้ศาลจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนครพนม และศาลจังหวัดทุ่งสงซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดดังกล่าว สำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม และท้องที่อำเภอฉวาง อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอพิปูน และอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นมาตรา ฉบับที่ 3 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การคมนาคมติดต่อระหว่างอำเภอซึ่งยังมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการหลายอำเภอ กับอำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งศาลจังหวัดบางจังหวัดได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นเป็นอันมากสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดดังกล่าว สำหรับคดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอซึ่งยังมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 4 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดสีคิ้วขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๒๕ และจะเปิดทำการในวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๗ แต่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติ มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๗ ลำดับที่ ๒๐ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดนครราชสีมา สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอบัวใหญ่ และอำเภอปากช่อง เท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวกสมควรให้มีการนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสีคิ้ว สำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอด่านขุนทด อำเภอสีคิ้ว และอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 5 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดอำนาจเจริญขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๒๕ และจะเปิดทำการในวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ แต่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๗ ลำดับที่ ๖๓ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดอุบลราชธานี สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเขมราฐเท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวกสมควรให้มีการนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดอำนาจเจริญสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอกุดข้าวปุ้น อำเภอชานุมาน อำเภอพนา อำเภอเสนางคนิคม อำเภอหัวตะพาน และอำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 6 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การคมนาคมติดต่อระหว่างอำเภอซึ่งยังมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการหลายอำเภอ กับอำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งศาลจังหวัดบางจังหวัดสะดวกและรวดเร็วขึ้นมากสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดดังกล่าว สำหรับคดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอซึ่งยังมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 7 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การคมนาคมติดต่อระหว่างอำเภอซึ่งยังมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการหลายอำเภอ กับอำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งศาลจังหวัดบางจังหวัดสะดวกและรวดเร็วขึ้นมากสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดดังกล่าว สำหรับคดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอซึ่งยังมิได้มีศาลแขวงเปิดทำการดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 8 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๓๔ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๑ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดมีนบุรีสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง และเขตหนองจอกเท่านั้น แต่โดยที่ขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลจังหวัดมีนบุรี และเพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวกสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดมีนบุรีสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่เกิดขึ้นในท้องที่แขวงท่าแร้ง แขวงสายไหม และแขวงออเงิน ในเขตบางเขน แขวงคันนายาว และแขวงสะพานสูง ในเขตบึงกุ่ม และแขวงจรเข้บัวในเขตลาดพร้าวด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 9 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๖ และลำดับที่ ๕๘ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดขอนแก่น สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอพล อำเภอแวงน้อยและอำเภอหนองสองห้อง และใช้บังคับในศาลจังหวัดหนองคาย สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอโซ่พิสัย อำเภอท่าบ่อ อำเภอปากคาด อำเภอโพนพิสัย และอำเภอศรีเชียงใหม่ เท่านั้น แต่โดยที่ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดเพิ่มขึ้นในท้องที่ดังกล่าวและเพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวก สมควรให้ศาลจังหวัดพล ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น และศาลจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดหนองคาย นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดดังกล่าวสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอชนบท อำเภอบ้านไผ่นอกจากตำบลโคกสำราญ ตำบลโนนสมบูรณ์ ตำบลบ้านแฮด และตำบลหนองแซง อำเภอแวงใหญ่ และกิ่งอำเภอเปือยน้อย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น และท้องที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอพรเจริญ กิ่งอำเภอบุ่งคล้าและกิ่งอำเภอศรีวิไล อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคายด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกามาตรา ฉบับที่ 10 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๒๑ และลำดับที่ ๔๙ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดนครราชสีมา สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอด่านขุนทด อำเภอบัวใหญ่อำเภอปากช่อง อำเภอประทาย อำเภอสีคิ้ว และอำเภอสูงเนิน และใช้บังคับในศาลจังหวัดสกลนครสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่บางอำเภอ เท่านั้น แต่ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดเพิ่มขึ้นในท้องที่จังหวัดดังกล่าว ประกอบกับได้มีการยกฐานะกิ่งอำเภอแก้งสนามนาง อำเภอบัวใหญ่ และกิ่งอำเภอโนนแดง อำเภอประทายจังหวัดนครราชสีมา ขึ้นเป็นอำเภอ และเพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวก สมควรให้ศาลจังหวัดบัวใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา และศาลจังหวัดสว่างแดนดิน ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสกลนครนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดดังกล่าวสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอคง อำเภอโนนแดง และอำเภอบ้านเหลี่ยม จังหวัดนครราชสีมา และในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดสกลนคร จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 11 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการจัดตั้งจังหวัดสระแก้ว ตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดสระแก้ว พ.ศ. ๒๕๓๖ และการจัดตั้งจังหวัดอำนาจเจริญ ตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดอำนาจเจริญ พ.ศ. ๒๕๓๖จึงสมควรให้มีการนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่เกิดขึ้นในท้องที่บางอำเภอของจังหวัดสระแก้ว และในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดอำนาจเจริญ และสมควรแก้ไขเขตอำเภอท้องที่ของจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดอุบลราชธานีที่กฎหมายนี้ใช้บังคับให้รับกับเขตการปกครองท้องที่ที่เปลี่ยนแปลงใหม่ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 12 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๒๐ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอฉวางอำเภอเชียรใหญ่ อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอนาบอน อำเภอปากพนัง อำเภอพิปูน อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอหัวไทร เท่านั้น แต่เนื่องจากจะมีการตราพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลจังหวัดทุ่งสง เพื่อให้อำเภอจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นอำเภอซึ่งตั้งขึ้นใหม่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมาอยู่ในเขตศาลจังหวัดทุ่งสงด้วยประกอบกับได้มีการยกฐานะกิ่งอำเภอบางขันในอำเภอทุ่งสงขึ้นเป็นอำเภอบางขัน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ และยกฐานะกิ่งอำเภอถ้ำพรรณราในอำเภอฉวางขึ้นเป็นอำเภอถ้ำพรรณรา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ ด้วย ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวกสมควรให้ศาลจังหวัดทุ่งสง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดดังกล่าวสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอถ้ำพรรณรา และอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 13 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๒๕ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์อำเภอคูเมือง อำเภอนางรอง อำเภอบ้านกรวด อำเภอประโคนชัย อำเภอลำปลายมาศ และอำเภอสตึก เท่านั้น แต่ในขณะนี้ได้มีปัญหาเกี่ยวกับการนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์อยู่บางประการ เช่น การแยกตำบลเจริญสุข ตำบลตาเป๊ก และตำบลอีสานเขต ออกจากอำเภอนางรองซึ่งคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอนางรองสามารถนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดได้ มารวมกับตำบลถาวรและตำบลยายแย้มพัฒนาซึ่งแยกออกจากอำเภอละหานทราย เพื่อตั้งเป็นอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวกสมควรให้ศาลจังหวัดซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 14 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ ลำดับที่ ๒๐ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอจุฬาภรณ์อำเภอฉวาง อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอถ้ำพรรณรา อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอนาบอน อำเภอบางขัน อำเภอปากพนัง อำเภอพิปูน อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอหัวไทรเท่านั้น แต่ขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลจังหวัดปากพนังโดยให้ศาลจังหวัดปากพนังมีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติด้วยและได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลจังหวัดทุ่งสง โดยให้ศาลจังหวัดทุ่งสงมีเขตอำนาจตลอดท้องที่กิ่งอำเภอช้างกลาง อำเภอฉวางด้วย ซึ่งคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่ดังกล่าวสามารถนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดได้ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงเป็นไปโดยสะดวกสมควรให้ศาลจังหวัดปากพนังและศาลจังหวัดทุ่งสงซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดดังกล่าวสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติและกิ่งอำเภอช้างกลาง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามลำดับจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 15 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดพัทยาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๓๗ จัดตั้งศาลจังหวัดรัตนบุรีตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๓๗และจัดตั้งศาลจังหวัดหนองบัวลำภูตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดหนองบัวลำภู พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด สำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้น ในท้องที่อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ และอำเภอศรีราชา เฉพาะตำบลทุ่งสุขลา ตำบลบึง และตำบลบ่อวินในจังหวัดชลบุรี ในท้องที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม และอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ และในท้องที่จังหวัดหนองบัวลำภู จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 16 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติ มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๔ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาดอำเภอสมเด็จ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอห้วยเม็ก และกึ่งอำเภอห้วยผึ้ง อำเภอกุฉินารายณ์ เท่านั้น แต่โดยที่ขณะนี้การคมนาคมระหว่างอำเภอต่างๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์กับอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีความสะดวกมากขึ้นสมควรให้ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด สำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง ซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 17 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๓ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกาอำเภอไทรโยค อำเภอบ่อพลอย และอำเภอพนมทวน และบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๓๗ ลำดับที่ ๕๔/๑ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสระแก้ว สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอคลองหาด อำเภอวังน้ำเย็นอำเภอวัฒนานคร และอำเภออรัญประเทศ เท่านั้น แต่โดยที่ขณะนี้การคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสระแก้วกับอำเภอเมืองกาญจนบุรีและอำเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลจังหวัดกาญจนบุรีและศาลจังหวัดสระแก้วมีความสะดวกมากขึ้นสมควรให้ศาลจังหวัดกาญจนบุรีและศาลจังหวัดสระแก้วนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง ซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสระแก้ว เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 18 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยศาลจังหวัดเดชอุดมได้เปิดทำการเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๕ โดยมีอำนาจพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเดชอุดม อำเภอนาจะหลวย อำเภอน้ำยืน อำเภอบุณฑริก อำเภอทุ่งศรีอุดม กิ่งอำเภอนาเยีย อำเภอเดชอุดม และกิ่งอำเภอน้ำขุ่น อำเภอน้ำยืนจังหวัดอุบลราชธานี แต่ศาลจังหวัดเดชอุดมไม่สามารถนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงที่เกิดขึ้นในเขตอำนาจได้ ดังนั้น เพื่อให้ศาลจังหวัดเดชอุดมสามารถนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 19 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๕๗ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอไชยา อำเภอท่าฉาง และอำเภอท่าชนะเท่านั้น แต่โดยที่ได้มีการเปิดทำการศาลจังหวัดเกาะสมุยที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดเกาะสมุยสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเกาะพะงันและอำเภอเกาะสมุยของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 20 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดชัยบาดาลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยได้เปิดทำการเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐จึงสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดชัยบาดาลสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอโคกเจริญ อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง อำเภอลำสนธิ และอำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้นจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 21 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการยกฐานะศาลแขวงตลิ่งชันและศาลแขวงพระโขนงเป็นศาลจังหวัดตามพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงตลิ่งชัน ศาลแขวงปทุมวันและศาลแขวงพระโขนงเป็นศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยจะเปิดทำการในวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดในกรุงเทพมหานครสำหรับคดีอาญาในศาลจังหวัดตลิ่งชันที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตบางแค เขตบางพลัด เขตภาษีเจริญ และเขตหนองแขม กรุงเทพมหานครและในศาลจังหวัดพระโขนงสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดในท้องที่เขตคลองเตย เขตบางนา เขตประเวศ เขตพระโขนง เขตวัฒนา และเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ประกอบกับได้มีการจัดตั้ง ศาลจังหวัดนาทวี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยจะเปิดทำการในวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๐ สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดนาทวีสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะเดา และอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 22 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๔๙ ลำดับที่ ๕๗ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุยอำเภอไชยา อำเภอท่าฉาง และอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เท่านั้น แต่โดยที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลจังหวัดไชยา โดยให้ศาลจังหวัดไชยามีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานีสมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดไชยาสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 23 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๗ ลำดับที่ ๕๘ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดในท้องที่อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอโซ่พิสัยอำเภอท่าบ่อ อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ อำเภอโพนพิสัย อำเภอศรีเชียงใหม่ กิ่งอำเภอบุ่งคล้าและกิ่งอำเภอศรีวิไล อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย แต่โดยที่พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กำหนดแยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญและอำเภอศรีวิไล ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดบึงกาฬและศาลจังหวัดหนองคายสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่จังหวัดบึงกาฬและจังหวัดหนองคายเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 24 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๑๒ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเมืองเชียงรายอำเภอเชียงแสน อำเภอเทิง อำเภอป่าแดด อำเภอพาน อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สรวย อำเภอแม่สาย อำเภอเวียงชัย และอำเภอเวียงป่าเป้า เท่านั้น แต่โดยที่ศาลจังหวัดเทิงซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอเทิง อำเภอเชียงของ อำเภอป่าแดด อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และอำเภอเวียงแก่นประกอบกับการคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงรายมีความสะดวกมากขึ้น สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดเชียงราย เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้นจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 25 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๒๗ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์อำเภอกุยบุรี อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอปราณบุรี และอำเภอหัวหิน และบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ ลำดับที่ ๕๗ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุย อำเภอไชยา อำเภอท่าฉาง อำเภอท่าชนะ และอำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เท่านั้น แต่โดยที่ได้มีการเปิดทำการศาลจังหวัดหัวหิน ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอปราณบุรี อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอหัวหิน และมีการเปิดทำการศาลจังหวัดเวียงสระ ที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอเคียนซา อำเภอชัยบุรี อำเภอบ้านนาสาร อำเภอพระแสง และอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานีประกอบกับการคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความสะดวกมากขึ้น สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และในท้องที่อำเภอเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุยอำเภอเคียนซา อำเภอชัยบุรี อำเภอไชยา อำเภอท่าฉาง อำเภอท่าชนะ อำเภอบ้านนาสาร อำเภอพระแสง อำเภอวิภาวดี และอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 26 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๗ ลำดับที่ ๒๑ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอคงอำเภอด่านขุนทด อำเภอโนนแดง อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอประทาย อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว และอำเภอสูงเนินเท่านั้น แต่โดยที่ได้มีการเปิดทำการศาลจังหวัดพิมาย ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอชุมพวง อำเภอพิมาย อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย และอำเภอห้วยแถลงประกอบกับในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่ตามที่ระบุไว้ในลำดับที่ ๒๑ โดยมีการยกฐานะกิ่งอำเภอเทพารักษ์ อำเภอด่านขุนทด ขึ้นเป็นอำเภอเทพารักษ์ ยกฐานะกิ่งอำเภอบัวลาย อำเภอบัวใหญ่ ขึ้นเป็นอำเภอบัวลาย และยกฐานะกิ่งอำเภอสีดา อำเภอบัวใหญ่ ขึ้นเป็นอำเภอสีดา นอกจากนี้ การคมนาคมระหว่างอำเภอต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา มีความสะดวกมากขึ้น สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด สำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอคง อำเภอชุมพวง อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ อำเภอโนนแดง อำเภอบัวลาย อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอประทายอำเภอปากช่อง อำเภอพิมาย อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย อำเภอสีคิ้ว อำเภอสีดา อำเภอสูงเนิน และอำเภอห้วยแถลง เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 27 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๑๙ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอท่าอุเทน อำเภอธาตุพนมอำเภอนาแก อำเภอบ้านแพง อำเภอปลาปาก อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร และอำเภอศรีสงครามเท่านั้น แต่โดยที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่ โดยมีการยกฐานะกิ่งอำเภอนาทม อำเภอบ้านแพง ขึ้นเป็นอำเภอนาทม ยกฐานะกิ่งอำเภอนาหว้า อำเภอศรีสงคราม ขึ้นเป็นอำเภอนาหว้า ยกฐานะกิ่งอำเภอโพนสวรรค์ อำเภอท่าอุเทนขึ้นเป็นอำเภอโพนสวรรค์ และยกฐานะกิ่งอำเภอวังยาง อำเภอนาแก ขึ้นเป็นอำเภอวังยาง ประกอบกับการคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดนครพนมมีความสะดวกมากขึ้น สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดนครพนมเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 28 พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ ลำดับที่ ๑๓ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อายเท่านั้นแต่โดยที่ได้มีการเปิดทำการศาลจังหวัดฮอดซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอดอยเต่า อำเภอแม่แจ่ม อำเภออมก๋อย และอำเภอฮอด ประกอบกับในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่ตามที่ระบุไว้ในลำดับที่ ๑๓ โดยมีการยกฐานะกิ่งอำเภอไชยปราการ อำเภอฝางขึ้นเป็นอำเภอไชยปราการ นอกจากนี้ การคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่มีความสะดวกมากขึ้น สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอไชยปราการ อำเภอดอยเต่า อำเภอฝาง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่อาย อำเภออมก๋อยและอำเภอฮอด เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 4 · ทนอย Thanoy