ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทยพุทธศักราช 2481

มาตรา 4

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทยพุทธศักราช 2481 มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๒/๑ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทยพุทธศักราช ๒๔๘๑ "มาตรา ๒๒/๑ ให้นำความในมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับกับเรือที่เจ้าของเรืออ้างว่าได้จำหน่าย จ่าย หรือโอนไปให้ผู้อื่นโดยไม่สามารถแสดงหลักฐานการจำหน่าย จ่าย หรือโอน และไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบได้ว่าเรืออยู่ที่ใด ด้วยโดยอนุโลม และไม่ว่าเจ้าของเรือจะได้แจ้งแก่นายทะเบียนเรือหรือไม่ให้นายทะเบียนเรือสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือไทยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบ เรือประมง เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือเรือสนับสนุนการประมงที่ถูกเพิกถอนทะเบียนเรือตามวรรคหนึ่งหรือมาตรา ๒๒ ห้ามมิให้นายทะเบียนเรือรับจดทะเบียนเรือนั้นเป็นเรือประมง เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ และเรือสนับสนุนการประมงอีก ในกรณีที่มีการพบเรือที่ห้ามรับจดทะเบียนเรือตามวรรคสอง ให้เจ้าท่ามีอำนาจยึดหรืออายัดและควบคุมเรือ เครื่องประกอบเรือ รวมทั้งทรัพย์สินที่อยู่ในเรือดังกล่าว และนำไปจอดเพื่อควบคุมไว้ในบริเวณที่เห็นสมควร ทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ประจำเรือ และติดตั้งเครื่องมือควบคุมเรือหรือเครื่องมืออย่างใด ๆ มิให้เคลื่อนจากจุดที่จอด และแจ้งให้เจ้าของเรือทราบและมาแสดงตน ในกรณีที่ไม่ทราบชื่อหรือที่อยู่ของเจ้าของเรือ ให้ปิดประกาศให้เจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือมาแสดงตนต่อเจ้าท่า หากไม่มีเจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือมาแสดงตนภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าเจ้าของเรือสละกรรมสิทธิ์ในเรือนั้น และให้เจ้าท่ามีอำนาจแยกชิ้นส่วนหรือทำลายเรือ จำหน่ายเป็นเศษวัสดุ หรือให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้ประโยชน์ ในกรณีที่เจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือมาแสดงตนพร้อมด้วยหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือภายในกำหนดเวลา ให้เจ้าท่าคืนเรือนั้นให้แก่เจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือ เมื่อเจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือได้ชำระค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการดำเนินการตามวรรคสามแล้วและทำหนังสือรับรองว่าจะไม่นำเรือนั้นไปใช้เป็นเรือประมง เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือเรือสนับสนุนการประมง การดำเนินการตามวรรคสามและวรรคสี่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่อธิบดีกรมเจ้าท่าประกาศกำหนด ในการดำเนินการตามมาตรานี้ เจ้าท่าจะดำเนินการเองหรือมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนดำเนินการแทนก็ได้ โดยให้นำความในมาตรา ๕๔/๘ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม"

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทยพุทธศักราช 2481 มาตรา 4 · ทนอย Thanoy