ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562

มาตรา 30

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 มาตรา 30 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๕/๑ การรักษาความปลอดภัย มาตรา ๕๐/๑๕ มาตรา ๕๐/๑๖ มาตรา ๕๐/๑๗ มาตรา ๕๐/๑๘ มาตรา ๕๐/๑๙ มาตรา ๕๐/๒๐ มาตรา ๕๐/๒๑ มาตรา ๕๐/๒๒ มาตรา ๕๐/๒๓ มาตรา ๕๐/๒๔ มาตรา ๕๐/๒๕ มาตรา ๕๐/๒๖ มาตรา ๕๐/๒๗ มาตรา ๕๐/๒๘ มาตรา ๕๐/๒๙ มาตรา ๕๐/๓๐ มาตรา ๕๐/๓๑ มาตรา ๕๐/๓๒ มาตรา ๕๐/๓๓ มาตรา ๕๐/๓๔ มาตรา ๕๐/๓๕ มาตรา ๕๐/๓๖ มาตรา ๕๐/๓๗ มาตรา ๕๐/๓๘ มาตรา ๕๐/๓๙ มาตรา ๕๐/๔๐ และมาตรา ๕๐/๔๑ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ "หมวด ๕/๑ การรักษาความปลอดภัย มาตรา ๕๐/๑๕ ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ และจัดทำ ดำเนินการและกำกับติดตามให้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ รวมทั้งรับผิดชอบในการป้องกันกิจการการบินพลเรือนจากการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นอกจากการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยต้องปฏิบัติการในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (๑) รับผิดชอบต่อการกำกับดูแลการรักษาความปลอดภัยการบินในประเทศไทย (๒) กำกับ ติดตามการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน อากาศยาน ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ และผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ในเรื่องดังนี้ (ก) คุ้มครองผู้โดยสาร ลูกเรือ เจ้าหน้าที่ของสนามบิน และผู้ใช้บริการอื่นของสนามบินและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ (ข) ป้องกันการกระทำอันเป็นภัยคุกคามทางการบิน และการกระทำอื่นอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายต่อการบินพลเรือน (ค) ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการดำเนินการที่เหมาะสมเมื่อมีการกระทำอันเป็นภัยคุกคามทางการบินและการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายต่อการบินพลเรือนเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้น (๓) ประสานงานกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติและแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการตามมาตรานี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยต้องดำเนินการให้สอดคล้องตามอนุสัญญาและภาคผนวก รวมถึงพันธกรณีตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการบินพลเรือนที่ประเทศไทยเป็นภาคี มาตรา ๕๐/๑๖ ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการบินพลเรือนจากการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสม่ำเสมอ และความมีประสิทธิภาพของการทำการบิน ให้ผู้อำนวยการกำกับ ติดตาม หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องนำแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติและจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนในส่วนของตน ผู้อำนวยการอาจออกข้อกำหนด แนวทาง หรือคำสั่ง แล้วแต่กรณี เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ การกำกับติดตามและตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ มาตรา ๕๐/๑๗ ในการบริหารแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ให้ผู้อำนวยการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) กำกับให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติโดยมีการปรึกษาหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ และคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติภายใต้บทบัญญัติมาตรา ๕๐/๒๐ (๒) กำหนดและจัดสรรงานต่าง ๆ เพื่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติให้กับเจ้าหน้าที่อื่น ๆ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ และผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (๓) ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการจัดทำและปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยสนามบินแต่ละแห่งที่ให้บริการการบินพลเรือน โดยอย่างน้อยผู้อำนวยการต้องดำเนินการในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (ก) แจ้งส่วนที่เกี่ยวข้องของแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติให้กับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตแต่ละแห่ง (ข) ให้ความเห็นชอบและเสนอทบทวนแผนรักษาความปลอดภัยสนามบินของสนามบินแต่ละแห่ง (ค) ตรวจสอบเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตว่าได้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยสนามบินอย่างเต็มรูปแบบ (ง) จัดการให้มีการตั้งคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยสนามบินขึ้น ณ สนามบินแต่ละแห่งที่ให้บริการการบินพลเรือนเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย ณ สนามบินดังกล่าว (๔) กำกับ ติดตาม หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อให้มีการจัดทำและปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศแต่ละราย ซึ่งจะต้องครอบคลุมมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ใช้กับผู้โดยสาร สัมภาระ สินค้า ของที่ส่งโดยผู้ให้บริการส่งด่วนที่เรียกว่าคูเรียร์ พัสดุส่งด่วน ไปรษณียภัณฑ์ ครัวการบิน และการทำความสะอาดอากาศยาน เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ ผู้อำนวยการจะต้อง (ก) แจ้งส่วนที่เกี่ยวข้องของแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติให้กับผู้ดำเนินการเดินอากาศแต่ละราย (ข) ให้ความเห็นชอบและเสนอทบทวนแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศแต่ละราย (ค) ตรวจสอบผู้ดำเนินการเดินอากาศว่าได้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศอย่างเต็มรูปแบบ (๕) กำกับ ติดตาม หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อให้มีการจัดทำและปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยของตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศและผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ซึ่งจะต้องครอบคลุมมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ใช้กับการให้บริการของตน เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ ผู้อำนวยการจะต้อง (ก) แจ้งส่วนที่เกี่ยวข้องของแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติให้กับตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ และผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (ข) ให้ความเห็นชอบและเสนอทบทวนแผนรักษาความปลอดภัยของตัวแทนควบคุมการไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ และผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (ค) ตรวจสอบตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ และผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติว่าได้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยของตน อย่างเต็มรูปแบบ (๖) กำกับ ติดตาม หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยที่สนามบินได้มีการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ซึ่งรวมถึงพื้นที่อาคารสำนักงาน เครื่องมือสื่อสาร เครื่องมือรักษาความปลอดภัย ที่เหมาะสม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการฝึกอบรม (๗) กำกับ ติดตาม หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ข้อกำหนดต่าง ๆ ในด้านสถาปัตยกรรมและข้อกำหนดที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มีการนำมาผนวกอยู่ในการออกแบบและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นใหม่ และการดัดแปลงใด ๆ ต่อสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบิน (๘) ทบทวนและคงไว้ซึ่งการมีผลใช้บังคับของแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติเป็นระยะ ๆ รวมถึงเมื่อมีความจำเป็น ต้องมีการประเมินผลและปรับเปลี่ยนมาตรการรักษาความปลอดภัยจากการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือความพยายามที่จะกระทำการข้างต้นและจะต้องดำเนินการเพื่อจัดการต่อภัยคุกคามดังกล่าวใด ๆ ในขณะปัจจุบันตามความจำเป็น (๙) จัดทำ และกำกับ ติดตาม หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ เพื่อใช้สำหรับการฝึกอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องหรือบุคลากรที่รับผิดชอบในการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในการบินที่กำหนดขึ้นตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (๑๐) จัดทำ และกำกับ ติดตาม หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามแผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ เพื่อใช้สำหรับวัดระดับการปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ และเพื่อทำให้แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติมีผลบังคับใช้ (๑๑) จัดให้มีและดำเนินการตามแผนการรับรองพนักงานตรวจค้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำการรับรองและการประเมินผลอย่างเป็นทางการโดยหรือในนามของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่มีความสามารถที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการทำงานของพนักงานตรวจค้นภายในสนามบินสาธารณะของไทยในระดับที่ยอมรับได้ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำหนด (๑๒) จัดให้มีและดำเนินการตามแผนการรับรองครูผู้สอนด้านการรักษาความปลอดภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำการรับรองและการประเมินผลอย่างเป็นทางการโดยหรือในนามของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าครูผู้สอนมีความสามารถที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการทำงานด้านการรักษาความปลอดภัย ภายในสนามบินสาธารณะของไทยในระดับที่ยอมรับได้ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำหนด (๑๓) ทบทวนและคงไว้ซึ่งการมีผลใช้บังคับของแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนการรับรองพนักงานตรวจค้น และแผนการรับรองครูผู้สอนด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นระยะ ๆ ซึ่งจะต้องรวมถึงการประเมินผลและการปรับเปลี่ยนแผนดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็น (๑๔) ทบทวนระดับภัยคุกคามต่อการบินพลเรือนภายในราชอาณาจักรอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งจัดทำและปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายและขั้นตอนในการปรับปรุงองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องของแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยคุกคาม โดยอาศัยการประเมินความเสี่ยงต่อความปลอดภัยที่ดำเนินการโดยผู้อำนวยการ (๑๕) ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อภัยคุกคามความปลอดภัยที่มีต่อการบินพลเรือนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามความเหมาะสม (๑๖) กำหนดให้มีการเก็บรักษาข้อมูลประวัติการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายใด ๆ และข้อมูลประวัติอุบัติการณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยใด ๆ รวมถึงกรณีใด ๆ ของการไม่ปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนตาม (๙) และ (๑๐) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ คณะกรรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติต้องมั่นใจได้ว่าหน่วยงานตามแผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติได้ดำเนินการอย่างเป็นอิสระจากหน่วยงานหรือบุคคลที่มีความรับผิดชอบในการปฏิบัติการตามมาตรการที่กำหนดไว้ในแผนนั้น ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจัดทำรายละเอียดทั้งหมดหรือบางส่วนของแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติที่เหมาะสมกับการดำเนินงานของสนามบิน ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศและผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ มาตรา ๕๐/๑๘ ภายใต้แผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติตามมาตรา ๕๐/๑๗ (๑๐) ให้ผู้อำนวยการจัดให้มีการตรวจสอบเพื่อติดตามการปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติหรือแผนรักษาความปลอดภัยของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ และผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ทั้งนี้ ผู้อำนวยการต้องดำเนินการตามรายละเอียดมาตรฐานต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในแผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติต้องอยู่บนพื้นฐานการปฏิบัติที่ดีที่สุดและอำนวยการให้มีการตรวจจับและแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที แผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติจะต้องกำหนดให้ทุกสนามบินต้องได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอตามวิธีการที่ใช้กันอยู่ทั่วไปและจะต้องดำเนินการโดยผู้ตรวจสอบด้านการบิน มาตรา ๕๐/๑๙ ภายใต้แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติตามมาตรา ๕๐/๑๗ (๙) ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมบุคลากรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหรือที่รับผิดชอบในการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ นอกจากนี้ แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติจะต้องระบุถึงการคัดเลือก การกำหนดคุณสมบัติ การฝึกอบรม การออกใบรับรอง และการสร้างแรงจูงใจของพนักงานรักษาความปลอดภัยและจะต้องระบุถึงความรับผิดชอบต่าง ๆ แผนฝึกอบรม หลักสูตร การทดสอบระบบการฝึกอบรม และส่วนประกอบที่เหมาะสมอื่น ๆ ให้ผู้อำนวยการประสานงานในการจัดทำและรับผิดชอบในการให้ความเห็นชอบแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงาน นิติบุคคล และองค์กรต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ การทบทวนแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ มาตรา ๕๐/๒๐ ให้คณะกรรมการการบินพลเรือนแต่งตั้งคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความเห็นชอบการกำหนดขอบเขตและการจัดสรรงานตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ รวมถึงการให้คำแนะนำและความร่วมมือในกิจกรรมด้านการรักษาความปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (๑) ความร่วมมือระหว่างกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง (๒) ความร่วมมือระหว่างเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ หรือผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (๓) ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานตาม (๑) และ (๒) เพื่อประโยชน์ในการทบทวนและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติและมาตรการในการรักษาความปลอดภัย มาตรา ๕๐/๒๑ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยดำเนินการในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีการสำรวจเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอเพื่อระบุถึงความต้องการและจำเป็นในการรักษาความปลอดภัย (๒) จัดให้มีการตรวจสอบการควบคุมการรักษาความปลอดภัย (๓) จัดให้มีการทดสอบการควบคุมการรักษาความปลอดภัย และมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับผู้โดยสาร สัมภาระ สินค้า และสิ่งของอื่น ๆ ตลอดจนการทดสอบการควบคุมการเข้าถึงและการออกแบบของสนามบิน เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการรักษาความปลอดภัย (๔) จัดให้มีการดำเนินการเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานตามกระบวนการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน รวมถึงการทดสอบความเพียงพอของมาตรการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการครัวการบิน และผู้ให้บริการภาคพื้น หรือผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ มาตรา ๕๐/๒๒ ในกรณีเพื่อความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยให้เป็นไปตามแผนการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ และแผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ออกคำสั่งการรักษาความปลอดภัย เพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการครัวการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น หรือผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติต้องปฏิบัติ (๒) ออกเอกสารคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะด้านการรักษาความปลอดภัย เพื่อแนะนำหรือเสนอแนะให้บุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยตามที่ระบุไว้ในเอกสารคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะดังกล่าว คำสั่งการรักษาความปลอดภัยตาม (๑) ต้องระบุวันเวลาและระยะเวลาที่บุคคลหรือหน่วยงานนั้นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง และจะต้องระบุให้บุคคลหรือหน่วยงานดังกล่าวแต่งตั้งบุคคลผู้จะรับผิดชอบในการปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งด้วยโดยแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าวให้ผู้อำนวยการทราบโดยเร็ว มาตรา ๕๐/๒๓ ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน โดยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการครัวการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติแต่ละรายที่จะต้องสนับสนุนและให้ข้อมูลกับผู้อำนวยการ เมื่อได้รับการร้องขอ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ตรวจสอบด้านการบินเข้าไปในสถานที่ทำการของบุคคลหรือหน่วยงานตามวรรคหนึ่ง ในระหว่างช่วงเวลาทำการปกติของบุคคลหรือหน่วยงานนั้นเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีที่จะเข้าถึงสถานที่ทำการของบุคคลหรือหน่วยงานดังกล่าวนอกช่วงเวลาทำการปกติ ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อมีกรณีจะเกิดอันตรายจากการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้ง และการเข้าถึงสถานที่ทำการเช่นว่านั้นเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้การกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายเกิดขึ้น มาตรา ๕๐/๒๔ เพื่อการดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตมีหน้าที่ดูแลมิให้มีการกระทำการอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตมีอำนาจตรวจสอบบุคคล หากมีกรณีเป็นที่สงสัยและมีความจำเป็นอาจค้นตัวบุคคล สิ่งของ สัมภาระ สินค้า ของที่ส่งโดยผู้ให้บริการส่งด่วนที่เรียกว่าคูเรียร์ พัสดุส่งด่วน เพื่อค้นหาอาวุธ วัตถุ หรืออุปกรณ์อื่นใด ซึ่งอาจนำไปใช้กระทำการอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่เป็นการตรวจค้นไปรษณียภัณฑ์ จะเปิดออกตรวจค้นได้เฉพาะเมื่อมีสิ่งบ่งชี้อันสมควรว่าไปรษณียภัณฑ์นั้นบรรจุอาวุธ วัตถุ หรืออุปกรณ์อื่นใด ที่อาจนำไปใช้กระทำการอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตอาจมอบหมายหน้าที่ตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นกระทำการแทนได้ บุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้กระทำการแทนตามวรรคสาม ต้องผ่านการคัดเลือก ฝึกอบรม และตรวจสอบดูแลว่าสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐาน กฎ และขั้นตอนการปฏิบัติต่าง ๆ ของแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ตามแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติและแผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ มาตรา ๕๐/๒๕ เพื่อเป็นการรับประกันความเหมาะสมและความน่าเชื่อถือของการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตต้องดำเนินการตรวจสอบประวัติหรือรับผิดชอบดูแลให้มีการตรวจสอบประวัติบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) บุคคลซึ่งสมัครเข้ารับตำแหน่งในสายงานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน (๒) บุคคลที่ยื่นคำขอรับบัตรผ่านเข้าพื้นที่หวงห้ามโดยไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยติดตาม ตามระบบบัตรผ่านเพื่อตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยสนามบินหรือระบบควบคุมการเข้าออก การตรวจสอบประวัติตามวรรคหนึ่งต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการยืนยันตัวบุคคลและประสบการณ์ในอดีตและประวัติอาชญากรรมของบุคคลดังกล่าว มาตรา ๕๐/๒๖ ในการตรวจสอบหรือค้นตัวบุคคล ตามมาตรา ๕๐/๒๔ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตอาจหน่วงเหนี่ยวบุคคลไว้เป็นการชั่วคราว ณ จุดตรวจค้น ในการนี้ อาจมอบหมายให้กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นตามมาตรา ๕๐/๒๔ ดำเนินการหน่วงเหนี่ยวชั่วคราวแทนได้ การจับกุมและการควบคุมตัวบุคคล จะต้องดำเนินการโดยตำรวจผู้มีอำนาจเท่านั้น มาตรา ๕๐/๒๗ แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ แผนรักษาความปลอดภัยสนามบิน แผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศ และแผนรักษาความปลอดภัยอื่นใดที่จัดทำขึ้นตามมาตรา ๕๐/๑๗ (๙) (๑๐) (๑๑) และ (๑๒) อาจกำหนดให้มีสถานะของชั้นความลับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะต้องมีมาตรการหรือการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ นิติบุคคล และบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องรับรู้ถึงสถานะของชั้นความลับของแผนดังกล่าวและต้องปกป้องข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในแผนดังกล่าว ในการนี้ อาจกำหนดให้มีสถานะของข้อมูลเช่นว่านั้น และผู้รับข้อมูลต่าง ๆ ดังกล่าวจะต้องตระหนักถึงสถานะของข้อมูลดังกล่าว มาตรา ๕๐/๒๘ ห้ามมิให้บุคคลใดดำเนินการสนามบินสาธารณะ เว้นแต่จะมีแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาต และที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการแล้ว เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตและที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตต้องจัดทำและบังคับใช้แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของตนที่ได้จัดทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร โดยแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตและที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ และผู้ดำเนินการสนามบินต้องทบทวนและปรับปรุงแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของตนให้ทันสมัย เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตและที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตต้องพัฒนาและบังคับใช้แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน เพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ของตนซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้ในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตและที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตต้องยื่นแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนตามวรรคสามให้ผู้อำนวยการเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนนำไปบังคับใช้ มาตรา ๕๐/๒๙ ห้ามมิให้บุคคลใดดำเนินการเป็นผู้ดำเนินการเดินอากาศ เว้นแต่จะมีแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการแล้วหรือเป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยบริการเดินอากาศ ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องจัดทำและบังคับใช้แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ได้จัดทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร โดยแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้ในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ในกรณีผู้ดำเนินการเดินอากาศให้บริการขนส่งสินค้าด้วย จะต้องมีแผนการควบคุมการรักษาความปลอดภัยสินค้าและไปรษณียภัณฑ์เพิ่มเติมที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการ ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องพัฒนาและบังคับใช้แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนเพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ของตนซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้ในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องยื่นแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนตามวรรคสามให้ผู้อำนวยการเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนนำไปบังคับใช้ มาตรา ๕๐/๓๐ ห้ามมิให้บุคคลใดดำเนินการเป็นผู้ให้บริการจราจรทางอากาศของสนามบินใด ๆ ในราชอาณาจักร เว้นแต่จะมีแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของผู้ให้บริการจราจรทางอากาศที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการแล้ว ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศต้องจัดทำและบังคับใช้แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของผู้ให้บริการจราจรทางอากาศที่ได้จัดทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร โดยแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของผู้ให้บริการจราจรทางอากาศต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้ในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศต้องพัฒนาและบังคับใช้แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนเพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ของตนซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้ในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศต้องยื่นแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนตามวรรคสามให้ผู้อำนวยการเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนนำไปบังคับใช้ มาตรา ๕๐/๓๑ ห้ามมิให้บุคคลใดดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์ในการรับจัดการขนส่งสินค้าไปรษณียภัณฑ์ สัมภาระ หรือสิ่งอื่น ๆ ทางอากาศ เว้นแต่จะมีแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุมที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการแล้ว และได้รับใบรับรองการเป็นตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุมที่ออกโดยผู้อำนวยการเพื่อการนี้ ตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุมต้องจัดทำและบังคับใช้แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุมที่ได้จัดทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร โดยแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุมต้องเป็นไปตามที่ได้ระบุไว้ในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุมต้องจัดทำและบังคับใช้แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนเพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ของตนซึ่งสอดคล้องกับแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุมต้องยื่นแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนตามวรรคสามให้ผู้อำนวยการเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนนำไปบังคับใช้ มาตรา ๕๐/๓๒ เพื่อป้องกันการบินพลเรือนจากการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตและที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ตัวแทนควบคุม การไปรษณีย์ควบคุม ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ หรือผู้ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ จะต้อง (๑) ปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยของตนที่ผู้อำนวยการให้ความเห็นชอบ (๒) เข้าไปมีส่วนร่วมในแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติและแผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (๓) ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบว่าได้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยของตนอย่างเต็มรูปแบบ (๔) ให้ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย เมื่อผู้อำนวยการร้องขอ (๕) เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการของคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยสนามบินที่เกี่ยวข้อง (๖) ปฏิบัติตามคำสั่งการรักษาความปลอดภัยใด ๆ ที่ตนได้รับ ซึ่งออกโดยผู้อำนวยการ มาตรา ๕๐/๓๓ เพื่อป้องกันการบินพลเรือนจากการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่กำหนดให้สนับสนุนหรือให้ความร่วมมือไว้ในแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติต้อง (๑) ปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยใด ๆ ที่ผู้อำนวยการให้ความเห็นชอบซึ่งกำหนดให้ตนต้องปฏิบัติตาม (๒) เข้าไปมีส่วนร่วมในแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติและแผนควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (๓) ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบบางส่วน การตรวจสอบทั้งระบบ และการสอบสวนใด ๆ ซึ่งผู้อำนวยการเป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการ (๔) ให้ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เมื่อผู้อำนวยการร้องขอ (๕) เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการของคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยสนามบินที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับการร้องขอ (๖) ปฏิบัติตามคำสั่งการรักษาความปลอดภัยใด ๆ ที่ตนได้รับ ซึ่งออกโดยผู้อำนวยการ มาตรา ๕๐/๓๔ ในกรณีที่เจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายประสงค์จะนำอาวุธขึ้นบนอากาศยานเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายนั้น ๆ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเป็นการเฉพาะราย และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่ผู้อำนวยการกำหนด การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้รักษาความปลอดภัยในอากาศยานซึ่งต้องขึ้นไปประจำการบนอากาศยาน ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ มาตรา ๕๐/๓๕ ห้ามมิให้บุคคลใดขนส่งหรือครอบครองอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟภายในสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต หรือเป็นเจ้าพนักงานซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ห้ามมิให้ผู้โดยสารหรือบุคคลอื่นใดขนหรือนำอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟเข้าไปในสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต และปฏิบัติตามเงื่อนไขของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ในการนี้ ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตดำเนินการตรวจสอบหรือดำเนินการอื่นใดเพื่อมิให้มีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น การอนุญาตตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้อำนวยการจะประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อเป็นแนวทางในการอนุญาตไว้ด้วยก็ได้ มาตรา ๕๐/๓๖ ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตให้บุคคลอื่นเช่าพื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นส่วนของอาคารผู้โดยสารหรือพื้นที่เขตการบินผู้เช่าพื้นที่ดังกล่าวต้องรับผิดชอบในการควบคุมการเข้าพื้นที่เฉพาะส่วนที่ตนเกี่ยวข้อง โดยต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตด้วย เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ "ผู้เช่าพื้นที่" หมายความว่า บุคคลหรือองค์กรที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจที่สนามบินนั้น ๆ รวมถึงผู้รับสัมปทาน ผู้จัดการขนส่งสินค้า ผู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการรถแท็กซี่และรถโดยสาร ผู้ประกอบการบำรุงรักษาอากาศยาน บริษัทน้ำมันเชื้อเพลิงและหน่วยงานของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ สนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้น มาตรา ๕๐/๓๗ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตมีหน้าที่ต้องเฝ้าระวังภัยคุกคามที่มีต่อสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศของสนามบินหรือส่วนใด ๆ ของสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของตนด้วย ในกรณีที่เกิดภัยคุกคามต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ในทันที (๑) แจ้งต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องถึงลักษณะของภัยคุกคาม (๒) ตรวจสอบผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยของสนามบินอันเกิดจากภัยคุกคาม (๓) ประสานความร่วมมือในการปฏิบัติการตามมาตรการที่เหมาะสมในการเผชิญภัยคุกคามนั้น มาตรา ๕๐/๓๘ เมื่อเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตพิจารณาเห็นว่าภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยของสนามบินต้องดำเนินการตามมาตรการทั้งหมดที่จำเป็นโดยทันที เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของสนามบินและบุคคลที่อยู่ภายในสนามบิน รวมถึงการแจ้งถึงลักษณะของภัยคุกคามแก่บุคคลเหล่านั้น เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตต้องแจ้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยในทันทีกรณีที่มีภัยคุกคามโดยการวางระเบิดหรือเหตุอื่นที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศหรืออากาศยาน มาตรา ๕๐/๓๙ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ หรือบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแผนการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติต้องจัดให้มีการเก็บบันทึกข้อมูลของอุบัติการณ์ในการรักษาความปลอดภัยที่เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ "อุบัติการณ์ในการรักษาความปลอดภัย" ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจริง พยายามกระทำ ข่มขู่ว่าจะกระทำ หรือสงสัยว่าจะมีการกระทำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแทรกแซง การละเมิด หรือความผิดปกติของระบบการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน โดยการกระทำดังกล่าวไม่จำกัดเฉพาะการยึดหรือเข้าควบคุมโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือพยายามกระทำการดังกล่าว การระเบิด การค้นพบอาวุธ สารระเบิด หรืออุปกรณ์วางเพลิง และการข่มขู่คุกคามที่มุ่งกระทำโดยเฉพาะเจาะจงต่อสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศ มาตรา ๕๐/๔๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๐/๑๗ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตมีอำนาจดำเนินการตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระของผู้โดยสาร ตามวิธีการที่เหมาะสมซึ่งจะต้องประกาศให้เป็นที่ทราบโดยทั่วไป เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตมีอำนาจห้ามมิให้บุคคลใดขึ้นไปบนอากาศยานได้ หากปรากฏว่าบุคคลนั้นไม่ยินยอมให้มีการตรวจค้นตัวหรือสัมภาระที่จะนำขึ้นไปบนอากาศยานเมื่อได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการตรวจค้น มาตรา ๕๐/๔๑ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา ๕๐/๔๐ ให้ผู้อำนวยการออกข้อกำหนดในการตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระที่จะนำขึ้นไปบนอากาศยานในเที่ยวบินพาณิชย์ ซึ่งอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วย (๑) กระบวนการในการตรวจจับอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุใด ๆ ซึ่งอาจใช้ในการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งการตรวจค้นทางเทคนิคและทางกายภาพ (๒) กระบวนการและเครื่องมืออุปกรณ์ในการตรวจค้นที่จัดจ้างหรือดำเนินการโดยลูกจ้างหรือตัวแทนของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตก่อนที่จะมีการนำขึ้นไปบนอากาศยาน ข้อกำหนดที่ออกตามวรรคหนึ่ง ต้องกำหนดวิธีการและขอบเขตการตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระของผู้โดยสารในรูปแบบเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศ"

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 มาตรา 30 · ทนอย Thanoy