ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562

มาตรา 41

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 มาตรา 41 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖๗/๓ มาตรา ๖๗/๔ มาตรา ๖๗/๕ มาตรา ๖๗/๖ มาตรา ๖๗/๗ มาตรา ๖๗/๘ มาตรา ๖๗/๙ มาตรา ๖๗/๑๐ มาตรา ๖๗/๑๑ และ มาตรา ๖๗/๑๒ ในหมวด ๘ อำนาจตรวจ ยึดและหน่วงเหนี่ยว แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ "มาตรา ๖๗/๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกและไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ตรวจสอบด้านการบิน มาตรา ๖๗/๔ เพื่อประโยชน์ในการตรวจติดตามและบังคับการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่อยู่ภายใต้หน้าที่และอำนาจของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินมีอำนาจเข้าไปในอากาศยาน สถานที่ทำการ เพื่อขอตรวจค้นอากาศยาน หรือสถานที่ทำการนั้น หรือเข้าไปและตรวจค้นสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ และตรวจเอกสารที่เกี่ยวกับการบินในสถานที่นั้น ๆ ว่าปฏิบัติหรือดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ โดยต้องเข้าไปภายในเวลาทำการของสถานที่นั้น ๆ หรือตามเวลาอันสมควร ในการปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินมีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ตรวจสอบวัตถุใด ๆ ทำสำเนา คัดย่อจากหนังสือหรือเอกสารที่ตรวจพบในอากาศยานสถานที่ทำการใด ๆ ที่มีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับการและการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) สั่งให้บุคคลใด ๆ ส่งข้อมูลหรือเอกสารให้แก่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยหรือส่งคืนข้อมูลหรือเอกสารดังกล่าว หรือวัตถุอื่นใดที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติการอย่างเหมาะสมตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) ใช้งานคอมพิวเตอร์ใด ๆ เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่มีและคัดลอกหรือพิมพ์สำเนาของบันทึกหรือรายการข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการหรือบังคับการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) สอบถามบุคคลใด ๆ ที่อยู่หรือเคยอยู่ ณ สถานที่ทำการ เพื่อให้ได้ข้อมูลในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) สั่งบุคคลที่เป็นผู้ควบคุมหรือเก็บรักษาหนังสือ เอกสาร หรือสิ่งของใด ๆ ที่อยู่ในสถานที่ทำการให้แสดงหนังสือ เอกสาร หรือสิ่งของนั้น ๆ โดยทันที หรือในเวลาหรือสถานที่ใด ๆ (๖) สั่งบุคคลที่ครอบครอง หรือเก็บรักษา หรือควบคุมหนังสือ เอกสาร หรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับกิจการของนายจ้าง ให้จัดส่งหนังสือ เอกสาร หรือสิ่งของดังกล่าวโดยทันทีหรือภายในระยะเวลาและสถานที่ที่กำหนด (๗) ทดสอบการควบคุมการรักษาความปลอดภัยและมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ผู้ให้บริการการเดินอากาศ และตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุม ในการตรวจค้นหรือตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินอาจมีล่ามแปลภาษาหรือบุคคลอื่นตามความเหมาะสมและจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินด้วยก็ได้ การปฏิบัติการตามมาตรานี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินแสดงบัตรประจำตัวต่อเจ้าของหรือบุคคลที่ควบคุมสถานที่ทำการนั้น หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ได้จากการตรวจค้นหรือตรวจสอบตามมาตรานี้ ซึ่งมีลักษณะเป็นความลับ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลมีความอ่อนไหวในเชิงธุรกิจ หรือเป็นข้อมูลมีลักษณะเกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์หรือทรัพย์สินอันที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณะมิได้ ให้เก็บรักษาเป็นความลับ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าวหรือเป็นการนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการทางกฎหมาย มาตรา ๖๗/๕ ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจติดตามและกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ตรวจสอบด้านการบินอาจเข้าไปในสถานที่ส่วนบุคคลอันเป็นที่เฉพาะได้ ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ครอบครองหรือโดยมีหมายศาล ในการปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง หากมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของใด ๆ จากสถานที่ทำการที่เข้าตรวจค้น พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินผู้นั้นต้องออกใบรับที่แสดงสิ่งของที่ได้เคลื่อนย้ายให้แก่เจ้าของหรือบุคคลที่ควบคุมสถานที่ทำการนั้น และต้องนำสิ่งของดังกล่าวส่งคืนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หลังจากที่นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเคลื่อนย้ายแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรานี้ อาจมีล่ามแปลภาษาหรือบุคคลอื่นตามความเหมาะสมและจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินด้วยก็ได้ มาตรา ๖๗/๖ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินที่ทำการตรวจค้นหรือตรวจสอบตามมาตรา ๖๗/๔ หรือมาตรา ๖๗/๕ อาจแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือบุคคลที่ควบคุมสถานที่ทำการนั้นหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขหรือจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นใดที่บัญญัติให้มีการดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินกำหนด หนังสือแจ้งให้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) รายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำที่ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (๒) ขั้นตอนต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการและกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการขั้นตอนเหล่านั้น (๓) สิ่งที่ห้ามกระทำและกำหนดระยะเวลาที่ห้ามกระทำการดังกล่าวที่ระบุไว้ (๔) กระบวนการที่ต้องปฏิบัติในการยื่นอุทธรณ์การออกหนังสือแจ้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่มีเหตุอันควร พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินอาจสั่งให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือแจ้งดังกล่าวและอาจขยายระยะเวลาที่กำหนดไว้ก็ได้ ในกรณีที่บุคคลซึ่งต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งนั้นไม่ปฏิบัติตามรายการที่กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินรายงานให้ผู้อำนวยการทราบเพื่อสั่งการต่อไป การยื่นอุทธรณ์การออกหนังสือแจ้งให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกตามความในวรรคหนึ่ง ไม่มีผลเป็นการทุเลาการปฏิบัติให้เป็นไปตามหนังสือดังกล่าว ในระหว่างที่รอผลการพิจารณาอุทธรณ์ มาตรา ๖๗/๗ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินมีอำนาจสั่งห้ามเจ้าของหรือผู้จดทะเบียนอากาศยาน ผู้ดำเนินการเดินอากาศ หรือสมาชิกลูกเรือของอากาศยาน มิให้นำอากาศยานไปปฏิบัติการบินในกรณีที่มีเหตุหรือมีเหตุอันควรสงสัย ดังต่อไปนี้ (๑) อากาศยานนั้นไม่มีความสมควรเดินอากาศ (๒) สมาชิกลูกเรือไม่มีคุณสมบัติหรือหย่อนสมรรถภาพทางกายหรือจิตใจที่จะทำการบินได้ (๓) การปฏิบัติการของอากาศยานดังกล่าวอาจก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่บนภาคพื้น (๔) เจ้าของหรือผู้จดทะเบียนอากาศยาน หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศ ไม่ชำระค่าธรรมเนียมกำกับการบินพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการของหน่วยงานผู้ให้บริการด้านการบิน เช่น บริการของสนามบิน หรือบริการการเดินอากาศ หรือบริการอื่นที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด ซึ่งถึงกำหนดต้องชำระไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือไม่ชำระเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มที่เกิดจากการชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการล่าช้า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด (๕) ไม่ชำระค่าปรับที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง (๑) (๒) และ (๓) พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินอาจดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อหน่วงเหนี่ยวอากาศยานหรือยับยั้งสมาชิกลูกเรือนั้นมิให้ปฏิบัติการบินตามวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง (๔) หรือ (๕) ภายหลังได้สั่งห้ามนำอากาศยานไปปฏิบัติการบิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินรายงานให้ผู้อำนวยการทราบโดยเร็ว และหากมีความจำเป็นต้องมีการหน่วงเหนี่ยวอากาศยานนั้นจนกว่าจะได้มีการชำระค่าธรรมเนียม ค่าบริการ เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือค่าปรับ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินเสนอต่อผู้อำนวยการให้มีคำสั่งหน่วงเหนี่ยวอากาศยานนั้นไว้ได้ และจะกำหนดเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามความจำเป็นด้วยก็ได้ มาตรา ๖๗/๘ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอากาศยานลำใดน่าจะทำการบินในลักษณะที่เข้าข่ายเป็นการบินที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่ง หรือคำสั่งการใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นใดหรือการทำการบินเช่นว่านั้นอาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อบุคคลในอากาศยานหรือต่อบุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่บนภาคพื้น ผู้อำนวยการอาจมีคำสั่งให้หน่วงเหนี่ยวอากาศยานนั้น หรือในกรณีจำเป็นจะสั่งให้ระงับการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ สำหรับอากาศยานดังกล่าวด้วยก็ได้ เมื่อผู้อำนวยการเห็นว่าได้มีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ หรือข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ ระเบียบหรือคำสั่ง หรือคำสั่งการใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นใดนั้นแล้ว ให้ผู้อำนวยการมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งหน่วงเหนี่ยวหรือคำสั่งระงับการให้บริการดังกล่าว มาตรา ๖๗/๙ หากปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีบุคคลที่จงใจหรือน่าจะกระทำการกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินอาจมีคำสั่งห้ามผู้ได้รับใบรับรองใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรอง มิให้ใช้สิทธิที่ได้รับตามใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรอง นั้น (๑) ฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ ระเบียบหรือคำสั่ง หรือคำสั่งการใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ (๒) อาจก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลในอากาศยานหรือแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่บนภาคพื้น การสั่งห้ามใช้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนด มาตรา ๖๗/๙ หากปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีบุคคลที่จงใจหรือน่าจะกระทำการกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินอาจมีคำสั่งห้ามผู้ได้รับใบรับรองใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรอง มิให้ใช้สิทธิที่ได้รับตามใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรอง นั้น (๑) ฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ ระเบียบหรือคำสั่ง หรือคำสั่งการใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ (๒) อาจก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลในอากาศยานหรือแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่บนภาคพื้น การสั่งห้ามใช้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนด มาตรา ๖๗/๑๐ ผู้ดำเนินการเดินอากาศต่างประเทศซึ่งดำเนินการในประเทศไทย จะต้องมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนในประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับหนังสือแจ้ง คำสั่งการ หรือคำวินิจฉัยที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้และดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งในนามของผู้ดำเนินการเดินอากาศต่างประเทศนั้น โดยส่งหนังสือแต่งตั้งดังกล่าวให้แก่ผู้อำนวยการก่อนเริ่มดำเนินการในประเทศไทย การส่งหนังสือแจ้ง คำสั่งการ หรือคำวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัตินี้อาจออกให้แก่ผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศต่างประเทศใด ๆ โดยส่งไปยังสำนักงานใหญ่หรือส่งไปยังที่ทำการของตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่ามีผลเช่นเดียวกับการออกให้แก่ผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศต่างประเทศนั้น ในการส่งหนังสือแจ้ง คำสั่งการ หรือคำวินิจฉัยที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ปรากฏตัวผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำโดยการติดประกาศให้ทราบ ณ ที่ทำการของตัวแทนหรือลงประกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยประการใดประการหนึ่งได้ มาตรา ๖๗/๑๑ การยื่นข้อร้องเรียนว่ามีการดำเนินการหรือละเว้นดำเนินการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ ระเบียบหรือคำสั่ง หรือคำสั่งการใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นเป็นหนังสือต่อผู้อำนวยการ การยื่นและการรับข้อร้องเรียน การพิจารณา และการสอบสวนข้อร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด มาตรา ๖๗/๑๒ บุคคลใดที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือความไม่เป็นธรรมจากคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ และมิได้เป็นคำสั่งที่ออกโดยผู้อำนวยการ อาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อผู้อำนวยการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งดังกล่าว ให้ผู้อำนวยการพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จพร้อมทั้งให้เหตุผล โดยคำวินิจฉัยนั้นต้องทำเป็นหนังสือ และแจ้งให้แก่ผู้อุทธรณ์ทราบ ทั้งนี้ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับการอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของผู้อำนวยการตามวรรคสอง ให้เป็นที่สุด การยื่นและรับอุทธรณ์ การพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้โอกาสอันควรแก่คู่กรณีในการแสดงตัวการแสดงและโต้แย้งข้อมูลและข้อพิสูจน์ ในการพิจารณาอุทธรณ์ การอุทธรณ์นี้ ไม่เป็นเหตุแห่งการทุเลาคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบด้านการบินดังกล่าว"

ค้นต่อ