ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2558

มาตรา 5

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2558 มาตรา 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๔ นอกจากการให้ปริญญาตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ สภาการศึกษาวิชาการทหารอาจออกข้อบังคับกำหนดให้มีประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือประกาศนียบัตรได้ มาตรา ๕ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีสภาขึ้นเรียกว่า "สภาการศึกษาวิชาการทหาร" มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กำกับมาตรฐานการศึกษาและการวิจัยวิชาการทหาร (๒) พิจารณาอนุมัติการจัดตั้ง รวม และยุบเลิกสาขาวิชา (๓) พิจารณาอนุมัติหลักสูตรของแต่ละสาขาวิชา (๔) กำหนดมาตรการเพื่อพัฒนาการศึกษาวิชาการทหารให้เจริญยิ่งขึ้น (๕) กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ (๖) กำหนดจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานสภาคณาจารย์ และกรรมการสภาคณาจารย์ ตลอดจนอำนาจและหน้าที่การดำเนินงาน และการประชุมของสภาคณาจารย์ (๗) กำหนดพื้นความรู้ คุณสมบัติ และหลักเกณฑ์การเข้าเป็นนักเรียนวิชาการทหาร หรือผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ ระยะเวลาการศึกษา การสอบ และเงื่อนไขในการรับปริญญา (๘) กำหนดหลักเกณฑ์และอนุมัติการรับเข้าสมทบ การจัดการศึกษาร่วม หรือการยกเลิกการสมทบ การยกเลิกการจัดการศึกษาร่วมของสถานศึกษาชั้นสูงอื่น (๙) อนุมัติให้และร่วมให้ ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต และประกาศนียบัตร ทั้งของสถาบันการศึกษาวิชาการทหาร สถาบันรับเข้าสมทบ และที่สถาบันจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงอื่น (๑๐) อนุมัติให้ปริญญากิตติมศักดิ์ (๑๑) พิจารณาเสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและถอดถอนกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ (๑๒) แต่งตั้งและถอดถอนรองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ (๑๓) พิจารณาเทียบคุณวุฒิผู้สำเร็จวิชาการทหารจากต่างประเทศเพื่อเข้ารับราชการทหาร หรือเพื่อรับเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ (๑๔) วางระเบียบและออกข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และอาจมอบให้สถาบันการศึกษาตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ เป็นผู้วางระเบียบและออกข้อบังคับสำหรับสถาบันการศึกษานั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้ ในการปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง ให้สภาการศึกษาวิชาการทหารคำนึงถึงมาตรฐานโดยทั่วไปที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการ หรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษากำหนด แล้วแต่กรณี มาตรา ๖ ให้สภาการศึกษาวิชาการทหาร ประกอบด้วย (๑) นายกสภาการศึกษาวิชาการทหาร ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (๒) กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เสนาธิการทหาร เสนาธิการทหารบก เสนาธิการทหารเรือ เสนาธิการทหารอากาศ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ ผู้บัญชาการโรงเรียนแผนที่ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ และผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช (๓) กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเก้าคน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งมิได้เป็นนายทหารประจำการ และต้องเป็นพลเรือนอย่างน้อยหกคน โดยคำแนะนำของสภาการศึกษาวิชาการทหาร ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหาร และอุปนายกสภาการศึกษาวิชาการทหาร ในกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นอุปนายกสภาการศึกษาวิชาการทหาร ให้มีเลขาธิการหนึ่งคน แต่งตั้งและถอดถอนโดยนายกสภาการศึกษาวิชาการทหารตามมติของสภาการศึกษาวิชาการทหาร คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภาการศึกษาวิชาการทหาร"

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 7574/2559

พ.ศ. 2559

จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานและเหตุที่พนักงานจะต้องพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจและพนักงานทุกคนตามวันที่บทกฎหมายดังกล่าวกำหนด กฎหมายดังกล่าวมิใช่เป็นบทกฎหมายกำหนดความผิดที่มีโทษในทางอาญาที่จะต้องใช้ขณะกระทำความผิดและต้องห้ามมิให้ใช้บังคับย้อนหลังไปก่อนการกระทำควา

ค้นต่อ